ทีมวิจัยสำรวจพบหลุมอุกกาบาตโบราณขนาดมหึมาบริเวณใกล้ชายฝั่งประเทศสกอตแลนด์ คาดว่าเป็นผลมาจากการพุ่งเข้าชนของหินอวกาศขนาดยักษ์เมื่อ 1,200 ปีก่อน

ทุกวัน จะมีหินอวกาศจำนวนมากกว่า 100 ตัน [อ้างอิง] ตกลงใส่ผิวโลก แต่ส่วนใหญ่จะตกลงในทะเล (อัตราส่วนพื้นผิวโลกมีทะเลมากกว่าแผ่นดิน) และขนาดของหินเหล่านี้โดยมากจะมีขนาดเหลือเท่าเม็ดกรวดเม็ดทรายเมื่อผ่านการเสียดเสียกับชั้นบรรยากาศลงมาถึงผิวโลก

แต่ก็มีโอกาสปีละครั้ง ที่จะพบหินอวกาศขนาดเท่ารถยนต์หลุดเข้ามาในบรรยากาศโลกจนเกิดเป็นดาวตกสว่างน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ตราบใดที่มันมีขนาดเล็กว่า 20 เมตร โอกาสที่จะก่อความเสียหายต่อชีวิตก็จะน้อยกว่าขนาดที่ใหญ่กว่านั้น ซึ่งหลายปีจะตกลงมาสักที

ในทุก 2,000 ปีก็มีโอกาสที่จะพบหินอวกาศขนาดเท่าสนามฟุตบอลหลุดเข้ามา และในทุก 1 ล้านปีก็มีโอกาสที่จะมีหินอวกาศขนาดใหญ่กว่านั้นมาก เข้ามาทำความเสียหายถึงระดับการล้มหายตายจากของเหล่าสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ขนาดใหญ่

เมื่อปี 2551 ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดและอเบอร์ดีน นำโดย ดร. เคนอามอร์ ได้สำรวจหลุมอุกกาบาตโบราณใกล้กับอัลลาพูล ห่างออกไป 15-20 กม. ทางตะวันตก ประเทศสกอตแลนด์

หลุมอุกกาบาตนี้เกิดการเข้าชนของดาวเคราะห์น้อยเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ถึง 1 กม.ซึ่งทีมงานของ รด.เคนอามอร์ อธิบายว่าการเข้าชนครั้งทีว่านี้ไม่ก่อความเสียหายให้กับชีวิตบนบก เนื่องจากเมื่อ 1,200,000 ปีที่แล้ว โลกเรายังอยู่ในยุคพรีแคมเบรียน สิ่งมีชีวิตบนโลกส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในมหาสมุทร และยังไม่มีพืชบนพื้นดิน

อย่างไรก็ตาม หากหินอวกาศไซส์นี้ตกลงมาสู่โลกเราในยุคปัจจุบัน ผลความเสียหายอาจกว้างใหญ่เท่ากับพื้นที่ของเมืองใหญ่ๆหลายเมือง เกิดความสูญเสียต่อชีวิตผู้คนนับล้าน ซึ่งก็คงเป็นหน้าที่ของเหล่านักวิทยาศาสตร์และนักปกครองทั่วโลกที่จะต้องร่วมกันหาทางออกอย่างจริงจัง เพราะโอกาสที่จะเกิดนั้นมีแน่นอน เพียงแต่ว่าจะเกิดเมื่อไรเท่านั้น

 ทีมงานตีพิมพ์ ผลวิจัย ลงในวารสาร  Journal of the Geological Society.

เรียบเรียงโดย @MrVop