สึนามิลึกลับที่เข้าถล่มชายฝั่งรอบช่องแคบซุนดราของอินโดนีเซียเมื่อ 21:27 ตามเวลาไทยของคืนวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 61  ที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้คนชาวอินโดนีเซียไปเป็นจำนวนหลายร้อยราย  พร้อมความสูญเสียอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน

สึนามิครั้งนี้เกิดจากการพังถล่มของภูเขาไฟอนัก กรากระตัว ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะกรากะตัว กลางช่องแคบซุนดรา เป็นผลให้ภูเขาไฟซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีความสูงถึง 340 เมตร บัดนี้ลดความสูงลงมาเหลือ 110 เมตรเท่านั้น มวลหิน 150-170 ล้านลูกบาศก์เมตรพังถล่มลงทะเล (ภูเขาไฟอนัก กรากระตัว  สุญเสียปริมาตรไปถึง 2 ใน 3 จากการพังถล่มครั้งนี้) ก่อให้เกิดการแทนที่น้ำส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิที่ยกตัวสูงถึง 5 เมตรเมื่อไปถึงชายฝั่งเกาะชวาและสุมาตราที่อยู่ใกล้เคียง สร้างความเสียหายมากมายขึ้นมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ม.ค.62 ดาวเทียม ICEYE-X2 ของฟินแลนด์ได้ส่งภาพคมชัดที่ประกอบขึ้นจากภาพย่อยหลายภาพในระบบเรดาร์สู่สายตาชาวโลก ดาวเทียมดวงนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มดาวเทียมที่เชื่อมกันเป็นเครือข่าย สามารถจับภาพผิวโลกโดยไม่ถูกชั้นเมฆใดๆปิดบัง

จากภาพจะเห็นส่วนที่ยังเหลือหลังการพลังถล่ม (flank collapse) ครั้งใหญ่ของภูเขาไฟอนักกรากะตัว บางส่วนเป็นหลุมจนน้ำทะเลไหลเขามาขังเป็นทะเลสาบ

แต่หากสังเกตดีๆจะพบว่าน้ำที่ไหลเข้ามานั้นไม่มีส่วนไหนติดกับทะเลอีกแล้ว แตกต่างจากภาพถ่ายด้วยดาวเทียมดวงอื่นเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ยังเห็นร่องที่เชื่อมกันกับน้ำทะเลภายนอก ซึ่งเรื่องนี้ ศาสตราจารย์ แอนดี้ฮูเปอร์ จากมหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษ ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะภูเขาไฟลูกนี้กำลังซ่อมแซมตัวเอง มันกำลังยกตัวขึ้นมาจากด้านล่าง อนัก กราระตัว กำลังเกิดใหม่

นั่นหมายถึงกาต้องเตรียมรับมือกับมันอีกครั้งในวันหน้า ซึ่งทางการอินโดนีเซียได้แถลงว่า หลังจากที่เกิดภัยพิบัติร้ายรายในรอบทศวรรษครั้งนี้ ก็จะเพิ่มงบประมาณการบรรเทาภัยพิบัติเป็นสองเท่า และรวมถึงการที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต้องเข้ามาช่วยพิจารณาหาวิธีสร้างระบบเตือนภัยชนิดใหม่สำหรับเหตุการณ์แบบนี้ เนื่องจากทุ่นสึนามิแบบเดิมจะเตือนเมื่อเกิดสึนามิที่เริ่มต้นจากแผ่นดินไหว ไม่เหมือนการพังถล่มของมวลหินแบบที่เกิดไปในครั้งนี้ ที่ไม่ก่อสัญญาณแผ่นดินไหวออกมาทุ่นแบบเดิมจึงไม่ทำงาน

เรียบเรียงโดย @MrVop