ระยะนี้เรื่องของฝุ่น PM2.5  เป็นปัญหาทางสุขภาพที่คนไทยในหลายจังหวัดต้องเผชิญอยู่ทุกวัน และทำให้ต้องพึ่งพาการรายงานปริมาณฝุ่นของหน่วยงานต่างๆทั้งไทยและต่างประเทศอยู่บ่อย บางคนไม่ทันใจก็ไปหาซื้อเครื่องวัดปริมาณฝุ่น PM2.5  แบบพกติดตัวมาใช้ ซึ่งมีขายออนไลน์อยู่มากมายหลายยี่ห้อ บทความนี้จะอธิบายถึงการทำงานของเครื่องตรวจวัดฝุ่น PM2.5  ชนิดมาตรฐานว่ามีอะไรบ้าง แต่ละชนิดทำงานอย่างไรมีข้อดีข้อเสียอะไร

แบบอินฟราเรด
แบบนี้จะเป็นเครื่องวัดฝุ่นรุ่นเก่าที่พบได้ตามบ้าน ราคาไม่แพง ทำงานโดยให้อากาศไหลผ่านท่อที่มีปลายด้านหนึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแสงอินฟราเรด ปลายอีกด้านหนึ่งเป็นเซ็นเซอร์ เมื่อฝุ่นเคลื่อนผ่านลำแสงก็จะปิดกั้นแสงตรงนั้นๆให้จางลง ตัวเซ็นเซอร์ก็จะตรวจพบการจางลงของแสง ณ ฉากรับ ทำให้นับจำนวนจุดที่แสงจางลงได้ว่าเป็นปริมาณฝุ่นเท่าใด ข้อดีคือมีราคาไม่แพงแต่ข้อเสียคือเครื่อวัดชนิดนี้แยกความแตกต่างของฝุ่นที่จับตัวเบียชิดกันไม่ได้ว่าเป็นฝุ่นขนาด PM2.5 จำนวน 60 เม็ดหรือเป็นขนาด PM10 จำนวน 10 เม็ด

แบบ Beta Attenuation Mass Monitoring
แบบนี้เป็นเครื่องวัดฝุ่นมาตรฐานที่ใช้กันมาเป็นเวลานาน มีขนาดใหญ่ราคาสูง ติดตั้งตามสถานที่ราชการต่างทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่นในสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงปักกิ่งก็ใช้ เครื่องวัดฝุ่นชนิดนี้ มันทำงานโดยให้อากาศไหลผ่านแผ่นกรอง ฝุ่นที่ติดมากับอากาศก็จะถูกแผ่นกรองจับเอาไว้ จากนั้นก็ฉายรังสีเบตาไปที่แผ่นกรอง ฝุ่น PM2.5 บนแผ่นกรองจะดูดซับรังสีเบตาไว้ทำให้เครื่องอ่านอีกด้านหนึ่งของแผ่นกรองรับรู้ได้ จากนั้นก็ใช้ระบบคำนวนปริมาณฝุ่นออกมา ข้อดีของเครื่องวัดฝุ่นแบบนี้คือมันสามารถแยกแยะได้ว่าฝุ่นทีติดเครื่องกรองเป็นฝุ่นชนิดไหนขนาดเท่าใดความหนาแน่นเท่าใด ดีกว่าแบบอินฟราเรดมาก ข้อเสียคือต้องมีเจ้าหน้าที่คอยประจำเครื่องเพราะต้องเปลี่ยนแผ่นกรองทุกช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งรวมทั้งความสิ้นเปลืองด้วย

แบบแสงเลเซอร์
แบบนี้คือรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีการใช้งานและมีขายทั้่วไปในระยะหลังๆ ทำงานโดยให้อากาศไหลผ่านท่อที่กำหนดปริมาณอากาศโดยพัดลมดูดจากปลายอีกด้าน แล้วยิงแสงเลเซอร์ในแนวตั้งฉาก จากนั้น Photometer จะตรวจจับการกระเจิงแสง วิธีนี้ทำให้สามารถวัดฝุ่นได้ดีไม่ต่างจากชนิด Beta Attenuation Mass Monitoring ที่อธิบายไปด้านบน แต่มีข้อดีคือมีขนาดเล็กกว่ามากจนถือไปไหนมาไหนได้ และไม่ต้องคอยเปลี่ยนแผ่นกรองให้สิ้นเปลือง

อ้างอิง https://kaiterra.com/blog/3-types-particle-detectors-see-invisible/
เครดิตภาพจาก www.allaboutcircuits.com และ airvisual.com

เรียบเรียงโดย @MrVop