สะเก็ดดาว (meteoroid) คือ เศษวัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะ มีขนาดตั้งแต่ก้อนหินขนาดใหญ่ลงไปถึงผงฝุ่น โดยทั่วไปสะเก็ดดาว คือชิ้นส่วนที่แตกตัวออกมาจากดาวเคราะห์น้อย (Asteroid)

เมื่อสะเก็ดดาวลอยผ่านมาและถูกแรงโน้มถ่วงของโลกดูดไว้ มันจะตกเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วกว่า 40 เท่าของกระสุนปืน ด้วยจำนวนมากกว่า 44 ตันต่อวันที่โลกต้องรับเอาไว้ ด้วยความร้อนจากการเสียดสี สะเก็ดดาวจะลุกไหม้เป็นแสงสว่างมองเห็นได้ เราเรียกว่า ดาวตก (Meteor) หรือผีพุ่งใต้ ถ้ามีเป็นจำนวนมากเหมือนสายฝนเราเรียก ฝนดาวตก (Meteor shower)  ดาวตกดวงไหนสว่างกว่าความสว่างของดาวศุกร์เราเรียก Fireball เมื่อตกถึงพื้นโลก เราจะเรียกเศษหินหรือโลหะนั้นว่า อุกกาบาต (Metroride)

8297d431e3967935e38584a85bec0d88

ถ้าระเบิดกล่างฟ้าก่อนตกถึงพื้นโลก เราเรียก Bolide และปรากฏการณ์ Bolide  ที่สำคัญช่วงไม่กี่ปีที่่ผ่านมา คือปรากฏการณ์ “เชลยาบินสก์” เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013

ปรากฏการณ์ “เชลยาบินสก์” คือการระเบิดของสะก็ดดาวขนาด 17-20 เมตร ที่ความสูง 29.7 กม.เหนือน่านฟ้าของเทือกของ Ural ในพื้นที่เชลยาบินสก์ของรัสเซีย สร้างแรงอัดอากาศหรือช็อคเวฟออกมาทำลายกระจกและหลังคาอาคารบ้านเรือนใต้จุดระเบิดกว่า 7,200 หลัง มีผู้คนบาดเจ็บกว่า 1,491 ราย แต่หากสะก็ดดาวลูกนี้ไม่ระเบิดกลางอากาศ หากมันตกถึงพื้นโลก คำนวนกันว่ามันจะปลดปล่อยพลังงานทำลายล้าง  26 ถึง 33 ของลูกระเบิดปรามณูที่ฮิโรชิมา ผู้คนจะล้มตายมากกว่านี้อีกหลายแสนเท่า

ผลการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ลงใน เปเปอร์ นี้ คือการพบว่ามีเศษหินอุกกบาตราว 20% เท่านั้นที่พบบนพื้นโลก นั่นหมายถึงมวลส่วนใหญ่ของสะก็ดดาว “เชลยาบินสก์”  หายไปในชั้นบรรยากาศช่วงที่มีการระเบิด ทางทีมวิจัยใช้โมเดลจำลองเพื่อค้นหาสาเหตุแท้จริงของการระเบิดของสะเก็ดดาวในชั้นบรรยากาศพบว่า ความกดอากาศด้านหน้าของสะเก็ดดาวที่พุ่งเข้าหาบรรยากาศโลกก่อให้เกิดความกดอากาศที่มีค่ามหาศาลด้านหน้าของสะเก็ดดาว ขณะที่ความกดอากาศด้านหลังสะเก็ดดาวลดลงจนเป็นศูนย์หรือเกิดสภาพสุญญากาศขึ้นมา อนุภาคของอากาศจะเริ่มแทรกตัวเข้าไปในเนื้อหินจากด้านหน้าของก้อนสะเก็ดดาวไปสู่ด้านท้าย เมื่ออนุภาคอากาศเดินทางพร้อมกันเป็นจำนวนมากจากด้านหน้าไปด้านท้าย ก้อนสะเก็ดดาวก็แตกสลายเป็นชิ้นๆและลุกสว่างเป็นลูกไฟด้วยความร้อนจากการเสียดสีหรือเรียกว่าเกิดเป็น Bolide ขึ้นมา โดยปรากฏการณ์   “เชลยาบินสก์” นี้ จัดเป็นขั้น Superbolide เลยด้วยซ้ำ

นับว่าชั้นบรรยากาศโลกทำหน้าที่ปกป้องเหล่ามวลมนุษย์ได้อย่างดียิ่ง

ที่มา http://www.sci-news.com/space/why-meteoroids-explode-before-they-reach-earth-05530.html

เรียบเรียงโดย @MrVop