ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Aston นำโดย ดร. เฟเดริกา โบอิโอชิ (  Dr. Federica Boiocchi) ได้รวบรวมและวิเคราะห์แมลงที่บินได้จำนวนกว่า 19,937 ชนิดซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงแมลงวันบ้านและแมลงวันหัวเขียวจากโรงพยาบาล 7 แห่งในประเทศอังกฤษ พบว่าเกือบ 9 ใน 10 ของแมลงเหล่านี้มีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายเช่น Escherichia coli , Salmonella และ Staphylococcus aureus ทั้งภายในและภายนอกร่างกายของมัน และมากกว่า 50% ของแบคทีเรียอันตรายที่พบนี้เป็นเชื้อดื้อยา

การเก็บตัวอย่างแมลงตามโรงพยาบาลในประเทศอังกฤษครั้งนี้ใช้เวลาทั้งสิ้น 18 เดือนโดยมีการเก็บจำนวนมากขึ้นในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน กว่า 3/4 ของแมลงทั้งหมดที่เราดักจับมาได้เป็นแมลงวัน

“ สิ่งที่น่าสนใจในการวิจัยครั้งนี้คือสัดส่วนของแบคทีเรียที่ดื้อยาที่พบในตัวแมลง ซึ่งเป็นเครื่องบ่งบอกชัดเจนว่าการมนุษย์เราใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น นั่นทำให้การรักษาอาการป่วยที่แท้จริงทำได้ยากมากเมื่อไม่มียาที่ใช้ได้ผลในการฆ่าเชื่อร้ายเหล่านี้” ดร.เฟเดริกา อธิบาย

เราพบ แบคทีเรียจำนวนทั้งสิ้น 86 สายพันธุ์ในตัวแมลงพวกนี้ 52.9% ของสายพันธุ์แบคทีเรียเหล่านี้มีความต้านทานต่อยาปฏิชีวนะอย่างน้อยหนึ่งคลาส

แบคทีเรียที่พบส่วนใหญ่เป็น Enterobacteriaceae (42%) รองลงมาคือ Bacillus spp (24%) Staphylococcus spp (19%) แบคทีเรียในสกุล Clostridium (6%) Streptococcus (5%) และ Micrococcus (2%)

นั่นหมายถึงการที่ญาติผู้ป่วยรวมถึงเจ้าหน้าที่ทางการแพทยที่ใช้ชีวิตทานอาหารตามโรงพยาบาล บ้านเรือนประชาชนที่อยู่่ใกล้โรงพยายาล ต้องระมัดระวังตัวอย่าให้อาหารถูกแมลงวันตอม และยังหมายถึงการไม่ซื้อยาปฏิชีวินะมารับประทานเองจนเชื้อดื้อยาแพร่กระจายไปทั่ว

แน่นอนว่าไม่ได้หมายถึงโรงพยาบาลในประเทศอังกฤษเท่านั้น ในขตร้อนแมลงวันชุมอย่างประเทศไทยยิ่งต้องให้ความระมัดระวังขึ้นหลายเท่า

งานวิจัยนี้ ตีพิม์ลงในวารสาร Journal of Medical Entomology [กดอ่าน] 

เครดิตภาพ Virvoreanu Laurentiu

เรียบเรียงโดย @MrVop