เมื่อ 02:00 ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทยช่วงเช้าที่ผ่านมาของวันนี้ (14 กุมภาพันธ์ 2562) องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯหรือ NASA ได้ออกแถลงการณ์เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการสิ้นสุดภารกิจอย่างเป็นทางการของยานโรเวอร์สำรวจดาวอังคาร “ออพพอร์ทูนิตี” ถือเป็นการปิดฉากการใช้งานยานสำรวจผิวดาวเคราห์ที่ยาวนานถึง 15 ปีที่นับเป็นสถิติที่น่าภูมิใจของยาน “ออพปี้” นี้ด้วย

เรื่องของเรื่องคือเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว (2561) หรือเมื่อราว 8 เดือนก่อน ขณะที่ “ออพปี้” เดินทางมาถึงบริเวณหุบเขา “Perseverance Valley” (หุบเขาแห่งความบากบั่น) ที่ขอบของหลุมอุกาบาตยักษ์เอนดิฟเวอร์บนดาวอังคาร ก็เกิดมีพายุฝุ่นทรายขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมา พายุนี้นอกจากปิดบังท้องฟ้าจนมืดมิดเป็นเวลานานหลายเดือนแล้วฝุนก็ยังปกคลุมแผงโซลาร์เซลซึ่งเป็นแหล่งพลังงานเดียวที่ “ออพปี้” มีจนไม่อาจรับแสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้าต่อไปได้ ผลก็คือ “ออพปี้” ขาดการติดต่อกับโลกไปตั้งแต่นั้น แม้ว่าทีมงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ยานกลับมาตอบสนองอีกครั้ง ชุดคำสั่งกู้ระบบกว่า 1,000 คำสั่งถูกส่งไปกระตุ้นยาน แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบสนองใด ๆ จนล่าสุด NASA ก็ต้องตัดสินใจประกาศสิ้นสุดภารกิจของยานลำนี้ลง

ภาพเซลฟีที่ “ออพปี้” ใช้กล้องสำรวจดาวถ่ายตัวเอง

แตกต่างจากยานรุ่นหลังๆอย่างคิวริออซิตี้โรเวอร์ที่ติดตั้งพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์แบบ RTG ไปกับตัวยานด้วย ทำให้ยานโรเวอร์รุ่นใหม่ไม่กลัวพายุฝุ่นทรายใดๆ แต่สำหรับ “ออพปี้” ซึ่งเป็นยานรโรเวอร์รุ่นแรกๆไม่มีพลังงานสำรองอื่นใดนอกจากแผงโซลาร์เซล เมื่อไม่เหลือพลังงานจึงถึงเวลาต้องปิดฉากตัวเองลง

ภารกิจหลักของ “ออพปี้” คือสำรวจผิวดาวอังคารเพื่อหาการมีอยู่ของน้ำและชีวิต ที่แต่แรกทาง NASA ตั้งใจให้ไปทำงานเพียง 90 วันหลังการลงจอดและน่าจะมีรัศมีการเคลื่อนที่ไปได้ไกลไม่เกิน 1 กิโลเมตร แต่ “ออพปี้” กลับไม่ยอมแพ้ ยังคงทำงานยาวนานแบบมาราธอนต่อเนื่องมานานถึง 5,351 วันบนดาวอังคาร หรือประมาณ 15 ปีบนโลก และเดินทางเป็นระยะทางกว่า 45.16 กิโลเมตร ขึ้นแท่นยานสำรวจที่เดินทางบนพื้นผิวดาวอังคารไกลที่สุดในเวลานี้

บัดนี้ “ออพปี้” เข้าสู่การพักผ่อนอย่างสงบแล้ว ใครจะไปรู้ วันหนึ่งข้างหน้าเมื่อมนุษย์สามารถเดินทางไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร อาจมีใครสักคนเดินทางมาปัดฝุ่นออกจากเจ้า “ออพปี้” นำมันไปชาร์จไฟเข้าและมันก็อาจฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นได้ แต่เวลานี้เราคงต้องบอกลากันไปก่อน….ลาก่อน “ออพปี้”

เรียบเรียงโดย @MrVop