คำว่าพอเพียง หรือ พอดี หรือ ทางสายกลาง สามารถใช้ได้เสมอในหลายวงการ แม้กระทั่งในทางดาราศาสตร์ วงโคจรของดาวเคราะห์รอบดาวฤกษ์ ก็ต้องอาศัยระยะห่างที่มีความพอดีพอเพียง ระยะห่างที่เรียกว่า “โกลดิล็อก”

คำว่า “โกลดิล็อกส์” หรือ Goldilocks นี้ มาจากนิทานเก่าแก่ของอังกฤษที่มีชื่อเรื่องว่า The story of Goldilocks and three bears หรือหนูหน้อย Goldilocks กับหมี 3 ตัว ใช่แล้วครับ Goldilocks เป็นชื่อของเด็กหญิงผมทองที่เป็นผู้รู้จักถึงความพอดี  เรื่องย่อของนิทานเรื่องนี้ ก็มีอยู่ว่า…

วันหนึ่งหนูน้อย Goldilocks เข้าไปในป่า เจอกระท่อมไม้แห่งหนึ่งซึ่งประตูเปิดแง้มเอาไว้ เป็นบ้านของครอบครัวหมี 3 ตัว แต่หมีทั้ง 3 ไม่อยู่บ้านในตอนที่ Goldilocks ไปถึง เด็กน้อยเห็นจานอาหาร 3 จานบนโต๊ะอาหาร เมื่อชิมอาหารในจานของพ่อหมี ก็พบว่าร้อนเกินไป ไปชิมจานของแม่หมี ก็เพบกว่าอาหารย็นเกินไป จึงทานอาหารในจานของลูกหมีซึ่งอุ่นกำลังพอดี พออิ่มแล้ว หนูน้อย Goldilocks ก็จัดแจงทำความสะอาดกระท่อมหมีเป็นการตอบแทน แต่เมื่อทำงานจนเหนื่อยเริ่มง่วง หนูน้อยจึงไปหาเตียงนอน โดยตัดสินใจนอนบนเตียงของแม่หมี เพราะเตียงของพ่อหมีใหญ่เกินไป ในขณะที่เตียงของลูกหมีก็เล็กเกินไป เนื้อหาของนิทาน บอกถึงการปรับตัวของหนูน้อย Goldilocks ที่จะค้นหาสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองเสมอ ไม่ร้อนไป ไม่เย็นไป ไม่ใหญ่ไป ไม่เล็ก เป็นสิ่งแวดล้อมที่พแเหมาะพอดี

ในทางดาราศาสตร์ Goldilocks Zone จึงหมายถึงโซนของดาวเคราะห์ที่มีวงโคจรอยู่ห่างจากดาวฤกษ์ศูนย์กลางระบบพอเหมาะพอดี ไม่ไกลเกินไปจนเกิดความหนาวเย็นและไม่ใกล้เกินไปจนเกิดความร้อนระอุ ทำให้น้ำบนผิวดาวเคราะห์ยังอยู่ในสถานะของของเหลวที่ไหลไปมาได้ หมายถึงสามารถเกิดแม่น้ำและทะเลได้

Goldilocks Zone จึงมีขนาดแตกต่างกันไปตามลักษณะของดาวฤกษ์ศูนย์กลางระบบ โดยสามารแยกออกเป็น 3 แบบใหญ่ๆ ตามภาพประกอบบทความด้านบน ดังนี้

  • ดาวฤกษ์ศูนย์กลางระบบชนิด M หรือดาวแคระแดง จะมีขนาดของ Goldilocks Zone เล็กและแคบ เนื่องจากดาวแคระแดงมีความร้อนต่ำ ระยะที่เหมาะสมจึงมีรัศมีไม่ไกล เพราะหากไกลออกไปนิดเดียวความหนาวเย็นก็จะมาถึงทันที ดาวฤกษ์ชนิดนี้มีอายุยืนมาก เฉลี่ยแล้วอาจถึงแสนล้านปี มีการแผ่รังสีเอ็กซ์รุนแรงกว่าดาวฤกษ์ชนิดอื่น แรงกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 400 เท่า โอกาสพบสิ่งมีชีวิตจึงค่อนข้างต่ำ แม้จักรวาลจะมีดาวฤกษ์ดาวแคระแดงเป็นสมาชิกอยู่ถึง 73% ของดาวฤกษ์ชนิดต่างๆก็ตาม
  • ดาวฤกษ์ศูนย์กลางระบบชนิด K เป็นดาวฤกษ์อายุยืนปานกลาง มีความร้อนปานกลาง ขนาดของ Goldilocks Zone จึงปานกลางเช่นเดียวกัน ข้อเสียก็ยังคงเป็นการแผ่รังสีเอ็กซ์ที่แรงกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 25 เท่า โอกาสพบสิ่งมีชีวิตอาจมีได้หากรูปแบบชีวิตนั้นๆสามารถทนต่อรังสีระดับนี้ได้ ทั่วจักรวาลมีดาวฤกษ์ชนิด M เป็นสมาชิกอยู่ราว 13% อายุยืนประมาณ 4 หมื่นล้านปี
  • ดาวฤกษ์ศูนย์กลางระบบชนิด G หรือดาวแคระเหลือง นี่คือดาวฤกษ์ขนิดเดียวกันกับดวงอาทิตย์ของเรา มีขนาดของ Goldilocks Zone กว้างที่สุด และแผ่รังสีเอ็กซ์ออกมาน้อยสุด โอกาสพบสิ่งมีชีวิตจึงสูงที่สุด ข้อด้อยคือดาวแคะเหลืองนั่นมีอายุไม่ยืนยาว คือราว 1 หมื่นล้านปีเท่านั้น แถมยังมีจำนวนน้อย ทั่วจักรวาลมีอยู่ราว 6% เท่านั้น

การสำรวจหาดาวเคราะห์ต่างๆระบบทุกวันนี้ยังคงดำเนินไปด้วยการพิจาณาขนาดของโซน “โกลดิล็อกส์”หรือ Goldilocks Zone อยู่ตลอดว่่า ดาวเคราะห์ดวงใหม่ๆที่พบอยู่ในโซนแห่งชีวิตนี้หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็พบดาวเคราะห์ในโซนแห่งชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ และหากพยายามไปโดยไม่หยุดหย่อน สักวันเราอาจมีเครื่องมือที่มีประสิทธภาพสูงพอสำรวจดาวเคราะห์เหล่านี้จากระยะไกลจนอาจได้พบสิ่งที่ต้องการค้นหาก็ได้ นั่นคือคำตอบของคำถามที่ว่า ทั่วจักวาลอันไพศาลนี้ มีโลกเราเป็นดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เพียงดวงเดียวจริงหรือ

เครดิตภาพจาก  NASAESA, Z. Levy (STScI)

เรียบเรียงโดย @MrVop