หน้าหนาวปีนี้ แม้อากาศจะยังไมาหนาวสมใจในเวลานี้ แต่ประเทศไทยตอนบนท้องฟ้าก็เริ่มโปร่งมีเมฆน้อย ได้เวลาชวนทุกท้านชมปรากฏการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์ 2 ปรากฏการณ์ติดกัน นั่นคือ ฝนดาวตกเจมินิดส์หรือฝนดาวตกในทิศทางหมู่ดาวคนคู่ในวันที่ 14-15 ธ.ค.และตามมาด้วยดาวหาง 46 พี เวอร์แทเน็น ในวันที่ 16 ธ.ค. โดยท่านอาจพบดาวตกหลงมาบางดวงแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนดาวหางเวอร์แทเน็นนั้นก็มีรายงานว่าเริ่มมีผู้มองเห็นด้วยตาเปล่าแล้วจากทั้งยุโรปและอเมริกา ทั้ง 2 ปรากฏการณ์สามารถมองเห็นได้จากทุกประเทศในซีกโลกเหนือ สำหรับประเทศไทยนั้นต้องยกเว้นภาคใต้ที่เวลานี้เข้าหน้าฝนเมฆเต็มฟ้า

วิธีสังเกตฝนดาวตกคนคู่ แนะนำให้ชมในวันที่มีจำนวนดวงต่อชั่วโมงมากที่สุด นั่นคือวันที่ 14 ธ.ค.61 ถ้าตั้งหลักที่กรุงเทพ สมมุติว่าไฟฟ้าดับทั้งเมือง (ไม่งั้นไม่เห็น) ศูนย์กลางของฝนดาวตกจะอยู่ที่ความสูง  53° จากขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือเวลาเทีย่งคืน (ก่อนนั้นแสงจันทร์จะรบกวน) พิกัดฟ้าไรต์แอสเซนชัน 07h20m เดคลิเนชัน 33°N จำนวนดวงต่อชั่วโมงสูงสุดในกรณีฟ้ามืดสนิท อยู่ที่ 79 ดวงต่อชั่วโมง แนะนำให้หาทางนอนดูเพราะหากนั่งเฝ้าคุณจะพบอากาศปวดคอในตอนเช้า

ส่วนวิธีสังเกตุดาวหางเวอร์แทเน็นที่จะเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 16 ธ.ค.61 สมมุติอีกว่าตั้งหลักที่กรุงเทพ (จ.อื่นจะต่างกันที่องศาและเวลาไม่มาก) และสมมุติว่าไฟฟ้าดับทั้งเมือง (ไม่งั้นไม่เห็น) ดาวหาง 46 พี เวอร์แทเน็นจะขึ้นที่ความสูง 37° เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกเวลา 18:47 ใกล้หมู่ดาวทอรัส (ราศีพฤกษ) จากนั้นจะลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ขึ้นสูงสุดที่ทิศเหนือตอน 22:23 ที่ 82° จากนั้นจะเริ่มต่ำลง ตกลับฟ้าที่ 17° ทางทิศตะวันตกตอน 03:30

เครดิตภาพ www.jasonrweingart.com
เรียบเรียงโดย @MrVop