ทีมนักวิจัย​นำโดย Danny Horta จากมหาวิทยาลัย​ Liverpool John Moores University (LJMU) พบ “ซากฟอสซิล” ของกาแล็กซีโบราณซ่อนตัว​อยู่​บริเวณ​ใจกลาง​กาแล็กซีทาง​ช้างเผือก คาดว่าเป็นผลมาจากการชนกันเมื่อราวหนึ่ง​หมื่น​ล้าน​ปี​ที่แล้ว

ซากกาแล็กซีที่พบนี้มีชื่อเรียกว่า “เฮอร์คิวลีส” (Heracles)​ ถูกค้นพบโดยใช้ข้อมูลในย่านอินฟราเรดที่รวบรวมโดยอุปกรณ์​ทางดาราศาสตร์​ที่มีชื่อ​เรียก​ว่า “APOGEE”​(Apache Point Observatory Galactic Evolution Experiment) ของ Sloan Digital Sky Survey ซึ่งบันทึกข้อมูลของดาวฤกษ์​กว่า 500,000 ดวงในกาแลคซีทางช้างเผือก​ของเราเอาไว้

ทีมวิจัย LJMU อธิบาย​เหตุผล​ที่ต้องใช้ข้อมูล​ในย่านอินฟราเรด​ก็เพราะว่าบริเวณ​ใจกลางทางช้างเผือกนั้นเต็มไปด้วยแถบฝุ่นขนาดใหญ่​ซึ่งจะบดบังคลื่น​แสงในย่านที่ตาเรามองเห็นได้ และจากการวิเคราะห์​องค์ประกอบทางเคมีและความเร็วของดาวฤกษ์​จำนวนมากที่ได้จากอุปกรณ์ “APOGEE” นี้ ทีมงานสามารถแยกดาวฤกษ์​ประจำถิ่นออกจากดาวฤกษ์ต่างถิ่นที่เคยเป็นส่วนหนึ่ง​ของกาแล็กซีโบราณ​อย่าง “เฮอร์คิวลีส” ที่ถูกดูดกลืน​เข้ามาเมื่อกาแลคซีทั้งสองเข้าชนกัน (ในวงกลมสีแดงจากภาพประกอบ​บทความ)

จำนวนดาวฤกษ์ที่หลงเหลืออยู่ของ “เฮอร์คิวลีส” มีไม่กี่ร้อยดวง แต่ทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีองค์ประกอบทางเคมีและทิศทางการเคลื่อนที่รวมถึงความเร็วที่แตกต่างไปจากดาวฤกษ์ในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเราเอง

การชนกันและการหลอมรวมตัวกันของกาแล็กซี่ต่างๆไม่ใช่เรื่องแปลก สำหรับกาแล็กซีทางช้างเผือกของเราก็เกิดเหตุการณ์ลักษณะ​นี้มาหลายครั้ง ที่น่าสนใจก็​คือ​ตำแหน่งที่​พบซาก​ฟอสซิลของกาแล็กซีเฮอร์คิวลีสนั้นอยู่ใกล้แกนกลางของกาแลคซีทาง​ช้างเผือกของเรามาก ​ แสดงให้เห็นว่ากาแล็กซีทั้ง​ 2​ ชนกันตั้งแต่ช่วงต้นๆเมื่อกาแล็กซีทาง​ช้างเผือก​ยังมีอายุไม่​มาก

ที่สำคัญกว่านั้นนักวิจัยคาดการณ์ว่า มวลของเฮอร์คิวลีสคิดเป็นหนึ่งในสามของมวลของกาแล็กซีทางช้างเผือกทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าการชนกันในสมัยโบราณนั้นรุนแรงมากเมื่อเทียบกับการชนกันอื่นๆในหน้าประวัติศาสตร์ของกาแลคซีเกลียวขนาดใหญ่ที่คล้ายคลึงกันนี้

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน Monthly Notices of the Royal Astronomical Society

ที่มาและ​เครดิต​ภาพ​ https://newatlas.com/space/fossil-galaxy-found-heart-milky-way/

เเรียบเรียง​โดย​ @MrVop