เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน หรือ CDC ได้เปิดเผย ภาพไวรัส​โคโรนา 2019-nCoV จากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเป็นครั้งแรก

นอกจากนี้ยังทีการเปิดเผยลำดับของของยีน วิธีที่ไวรัสจะเข้าติดต่อเซลล์มนุษย์และแพร่เชื้อ ข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาจากการวิเคราะห์วิจัยและวิธีการในการตรวจสอบแยกแยะเพื่อยืนยันการพบเชื้อ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเข้ามาช่วยกันหาวิธีรับมือการระบาดของไวรัสอันตรายดังกล่าว โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆได้ที่เว็บไซต์ http://nmdc.cn/#/nCoV

นอกจากนี้ยังมีเอกสารการวิจัยลงตีพิมพ์เผยแพร่ในเว็บของ NEJM ที่ท่านสามารถเข้าไปอ่านและดาวน์โหลดได้ที่ลิงค์  https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa2001017

ในเอกสารดังกล่าวได้ระบุที่มาของการพบไวรัสนี้จากผู้ป่วย 3 ราย ตั้งแต่ เมื่อเดือนธันวาคม 2019 ผู้ป่วยทั้งหมดที่มีอาการนิวมอเนียหรือปอดอักเสบ และอักเสบรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุและทุกคนมีความสัมพันธ์กับตลาดขายซีฟู๊ดที่นครอู่ฮั่น ภายหลังเสียชีวิตไป 1 รายเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2020 

ในเอกสารยังอธิบายขั้นตอนการตรวจสอบหาไวรัส โดยของเหลวฉีดลงในทางเดินหายใจส่วนล่างและดูดกลับคืน ( bronchoalveolar-lavage) จากคนไข้ทั้ง 3 รวมทั้งเซลล์จากเยื่อบุทางเดินหายใจเพื่อแยกแยะชนิดไวรัสออกมา

ในครั้งแรกที่พบเชื้อที่เป็นตัวก่อโรคในของเหลว ทางทีมวิจัยได้นำไปเป็นแม่แบบในการโคลนและจัดลำดับจีโนม ทีมงานใช้การรวมกันของลำดับอิลลูมินาและลำดับนาโนคอมโพสิตเพื่อจำแนกจีโนมของไวรัส การอ่านซีเควนซ์ถูกรวบรวมไว้ในแผนที่ contig (ชุดของส่วนดีเอ็นเอที่ทับซ้อนกัน)  ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ CLC Genomics รุ่น 4.6.1 (CLC Bio) และพบว่า มากกว่า 86.9% มีลักษณะคล้ายไวรัสโคโรนาโรคซาส์ที่มีที่มาจากค้างคาว (bat-SL-CoVZC45, MG772933.1) จึงได้นำเชื่อนี้ไปเพาะ และจากนั้นในทุกๆวันก็มีการนำเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจของคนไข้มาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนแบบส่องกราด รวมทั้งใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่านในทุก 6 วัน ผลของไซโตพาทิคถูกสังเกตได้หลัง 96 ชั่วโมงผ่านไป ในภาพบนทางขวาจะไม่เห็นซีเลีย (cilia) ของเซลล์ที่ปกติจะยื่นออกมาโบกไปมาคล้ายขน

ภาพไวรัสในกล้องโทรทรรศน์อิเล็คตรอนแบบ Transmission


ในภาพขยายจากกล้องโทรทรรศน์อิเล็คตรอนแบบส่องผ่าน จะพบไวรัสที่มีหนามเหมือนมงกุฏรอบตัวซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโคโนไวรัส ทีมงานจึงนำตัวอย่างของเหลวที่ได้จากการ  ( bronchoalveolar-lavage) และเซลล์ทางเดินหายใจไปวิเคราะห์ต่อเพื่อแยกแยะความแตกต่างกับโคโรนาไวรัสสายพันธุ์อื่นเช่น MERS หรือ SARS ที่เคยระบาดก่อนหน้านี้ ตามรายละเอียดในเอกสาร และพบว่ามันเป็นโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่อยู่ในกลุ่มย่อย sarbecovirus ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับ SARS ใน subfamily ของ Orthocoronavirinae และเป็นโรคลำดับที่ 7 ของ family นี้ที่พบว่ามีการติดต่อสู่คน

ท้ายรายงานนีทางทีมงานต้องกาวิธีการตรวจแยะแยะไวรัส 2019-nCov ให้เร็วกว่าที่เป็นอยู่ คือให้เร็วกว่า 48 ชั่วโมงเพื่อที่จะได้สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างได้ผล

เรียบเรียงโดย @MrVop