คณะนักบร​รพ​ชีวิน​วิทยาจากมหาวิทยาลัยเซาท์ฟลอริดา นำโดยดอกเตอร์ ​ไรอัน คาร์นีย์ ได้ใช้​เทคโนโลยี​ใหม่ล่าสุดทำการวิเคราะห์คุณลักษณะต่างๆจากฟอสซิล​ขนนกอายุ 150 ล้านปี​ ที่เคยค้นพบจากหินปูนโซล์นฮอเฟน (Solnhofen limestone) ในรัฐบาเยิร์น ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี​เมื่อปี ค.ศ. 1861 และพบเรื่องราวที่น่าสนใจใหม่ๆหลายประการ

ประการแรกและเป็นประการสำคัญ​ที่สุด​นั่น​คือ​ ฟอสซิล​ขนนกที่หลุดออกมาจากร่างกายสัตว์​โบราณ​ชิ้นนี้ เป็นของอาร์คีออปเทอริกซ์ สัตว์ร่วมยุคจูราสสิก​กับไดโนเสาร์อย่างแน่นอน มันคือขนคลุมปลายปีกส่วนบนหรือ upper major primary coverts (UMPC) หรือส่วนสีดำบนภาพวาดปีกตามรูปประกอบด้านบน ที่ทีมงานทราบจากการนำไปเทียบกับฟอสซิลโครงกระดูกของอาร์คีออปเทอริกซ์อีก 3 โครงที่ยังมีขนส่วนนี้ติดอยู่

ประการต่อมาที่พบหล​ังการตรวจซ้ำด้วยกล้องจุลทรรศน์​อิเล็กตรอน​ ทีมงานพบรายละเอียด​ว่า ขนนกที่หลุดออกมานี้ เป็นขน UMPC จากปีกด้านซ้าย เพราะมีลักษณะ​ของขั้วที่ยึดติดกับปีกเอียงทำมุมแตกต่างแบบตรงข้ามจากขนคลุมปลายปีกส่วนบนที่พบในปีกด้านขวา นอกจากนี้ยังส่องพบเมลาโนโซมซึ่งเป็นโครงสร้างเม็ดสีในขนนกอายุ 150 ล้านปีนี้ด้วย เมื่อนำไปวิเคราะห์​ต่อ ก็พบว่าขนนกจากปีกของอาร์คีออปเทอริกซ์ชิ้นนี้มีความเป็นไปได้​ 90% ที่จะมีสีออกไปทางสี “ดำด้าน”

ถือเป็นการยุติข้อถกเถียงที่มีมานานถึง 159 ปีหลังการค้นพบขนนกโบราณที่หลุดออกมาอย่างโดดเดี่ยว​ชิ้นนี้ว่าเป็นของสายพันธุ์​ไหนกันแน่

สายพันธุ์​อาร์คีออปเทอริริกซ์ ที่พบเป็นฟอสซิลใน​หินปูนโซล์นฮอเฟนนี้เป็นสายพันธุ์​อาร์คีออปเทอริกซ์ที่มีขนาดใหญ่​ที่สุด แต่ก็ยังถือว่าเล็กหากเทียบกับขนาดของมนุษย​์ โดยนกมีฟันตัวแรกของโลกที่ยังมีกระดูกหางยาวไปด้านหลังนี้มีขนาดไม่ต่างจากไก่ในยุคปัจจุบัน​ สิ่งที่ยังต้องถกเถียง​กันไปอีกนานคือประสิทธิภาพ​การบินของมันว่าอาร์คีออปเทอริกซ์ที่มีขนคล้ายขนนกสมัยใหม่นี้ทำได้แค่ร่อนไปมาใกล้ๆ หรือจะบินได้จริงจัง​เหมือนนกยุคนี้กันแน่

ทีมงานตีตีพิมพ์​เผยแพร่​ผลงาน​วิจัย​ครั้ง​นี้​ใน​วารสาร ​ Scientific Reports ฉบับ​วันที่​ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา

เครดิตรูปภาพ: Carney et al , doi: 10.1038 / s41598-020-65336-y / 10.1038 / ncomms1642 และ จากวิกิ​พีเดีย​

เรียบเรียง​โดย​ @MrVop