ทีมนักวิจัยพบว่าไวรัส SARS-CoV-2 ที่เป็นสาเหตุของโรค COVID-19 ที่กำลังระบาดอย่างหนักไปทั่วโลกจนมีผู้ป่วยสะสมเกินสิบล้านรายในเวลานี้ มีวิธีทำให้เซลล์เจ้าบ้านยืดส่วนคล้ายหนวดหรือ filopodia ออกมา ซึ่งนี่อาจอธิบายการแพร่กระจายของไวรัสอย่างรวดเร็วไปทั่วร่างกายมนุษย์

“ ไวรัสไม่สามารถขยายจำนวนด้วยตัวมันเอง พวกมันต้องการเซลล์สิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อใช้เป็นโรงสร้างและแพร่กระจายจำนวนอย่างต่อเนื่องจากเซลล์สู่เซลล์ไปเรื่อยๆ ” ดร. เมห์ดี้บูฮัดดูจากสถาบันแกลดสโตนและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานฟรานซิสโก หนึ่งในทีมวิจัยอธิบาย

“การที่จะทำเช่นนี้ได้ ไวรัสต้องเข้าไปควบคุมการทำงานของเซลล์เจ้าบ้านหรือเซลล์โฮสต์ โดยอาจไปหลอกให้เซลล์เจ้าบ้านผลิตเอนไซม์ที่ไวรัสต้องการใช้ในการทำซ้ำตัวมันเองออกมา หรือทำให้เซลล์เปลี่ยนสภาพไปในเชิงเคมีแต่ทั้งหมดก็เพื่อการคัดลอกตัวไวรัสเท่านั้น เซลล์จะไม่อาจทำหน้าที่เดิมได้อีกต่อไป

“ไวรัสจะป้องกันเซลล์เจ้าบ้านไม่ให้แตกตัวและคงไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งในวงจรชีวิตของเซลล์นั้น เพื่อให้ให้ไวรัสมีสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเสถียรและเพียงพอสำหรับการทำซ้ำเพื่อขยายจำนวนตัวมันเอง” ดร. เปโดรเบลทราโรหัวหน้านักวิทยาศาสตร์จากสถาบันชีวสารสนเทศยุโรปของ EMBL กล่าว

หนึ่งในการค้นพบที่สำคัญของทีมงานนี้ คือพบว่าเซลล์ที่ติดเชื้อนั้น บางเซลล์มีส่วนขยายที่ยาวแตกแขนงคล้ายหนวดหรือแขน หรือที่เรียกว่า filopodia ยืดยาวออกไปสู่เซลล์อื่นที่อยู่รอบด้าน

โครงสร้างของหนวดที่ยืดยาวเหล่านี้อาจช่วยให้ไวรัสไปถึงเซลล์อื่นที่อยู่ใกล้เคียงในร่างกายมนุษย์ และเพิ่มความเร็วในการติดเชื้อขึ้นได้ แต่เรื่องของหนวดยาวที่ไปเพิ่มโอกาสการติดเชื้อยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม

แต่การที่ทีมพบว่าไวรัส SARS-COV-2 ล็อคเป็าในการเปลี่ยนเอนไซม์ไคเนสของเซลล์มนุษย์เอาไว้ โดยเฉพาะเคซีนไคเนส II (CK2) และเอนไซม์ไคเนสอื่นๆอีก 49 ตัวจากทั้งหมด 518 ตัว ทำให้ทีมงานลองค้นหายาต่างๆที่เคยได้รับอนุมัติจาก FDA ว่ามียาใดบ้างที่ส่งผลต่อเอนไซม์ไคเนสเหล่านี้ เพราะอาจไปรบกวนการทำงานของไวรัสได้ผล และพบว่ามียา 87 ตัวที่เข้าข่ายนี้ ซึ่งก็ต้องมาดูรายละเอียกการทำงานของยาแต่ละตัว สุดท้ายอาจพบยาบางตัวที่สามารถทำให้เอนไซม์ไคเนสที่เซลล์ผลิตจากคำสั่งปลอมของไวรัสนั้นทำงานผิดพลาดไป ส่งผลให้ไวรัสไม่อาจเพิ่มจำนวนก็เป็นได้

The results appear in the journal Cell.