ผลการทดสอบวัคซีน mRNA-1273 ซึ่งเป็นผลงานร่วมกันของบริษัทโมเดอร์นา (Moderna) และสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐฯ ที่ได้ฉีดเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ นั่นคืออาสาสมัครจำนวน 45 รายในซีแอตเทิลและที่มหาวิทยาลัยเอมอรีในแอตแลนตาช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้รับการเปิดเผยออกมาแล้วว่ามีความปลอดภัย และสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัส SARS-CoV-2 ต้นเหตุโรคโควิด-19 ขึ้นมาได้

อาสาสมัครทั้ง 45 คน อายุระหว่าง 18-55 ปี ที่ได้รับวัคซีนทดสอบไปคนละ 2 โดสนั้น ต่างรายงานว่าเกิดอาการอันเป็นผลข้างเคียงจากวัคซีนในลักษณะของการปวดหัว หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดบริเวณที่ฉีด ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ไม่มีใครมีอาการขั้นรุนแรง

ขณะนี้ ทางโมเดอร์นากำลังทำการวิจัยวัคซีนระยะที่สองที่ฉีดในอาสาสมัครกลุ่มใหญ่ขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม และกำลังจะทดลองฉีดวัคซีนระยะที่สามในวันที่ 27 ก.ค. ที่จะถึงนี้ในกลุ่มอาสาสมัครจำนวนถึง 30,000 คน ซึ่งถือเป็นกลุ่มอาสาสมัครทดลองวัคซีนโควิด-19 ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

หลังจากนี้ก็คงต้องรอผลการทดลองจนจบเฟสซึ่งอาจกินเวลานานถึง 2 ปี แต่ด้วยความต้องการใช้อย่างเร่งด่วนของสหรัฐฯ มีความเป็นไปได้ว่าบริษัทโมเดอร์นาอาจยอมผลิตวัคซีนออกมาก่อนหน้านั้น ซึ่งอาจเป็นปีหน้า

รายงานผลการทดลอง https://www.nejm.org/doi/10.1056/NEJMoa2022483