ความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ทำให้เกิดความก้าวหน้าในวงการวิทยาศาสตร์ไม่หยุดยั้ง เป็นเวลาอันยาวนานมาแล้วที่เราหวังจะได้เห็นภาพถ่ายหลุมดำกับตาจริงๆของตัวเองสักครั้ง แต่เท่าที่ผ่านมาหลุมดำที่เราเห็นตามสื่อต่างๆล้วนเป็นภาพวาดขึ้นมาจากคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น หรืออย่างดีก็เป็นภาพถ่ายจุดแสงเล็กๆจากกล้องดูดาวที่ดูเหมือนดาวดวงหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีรูปร่างคล้ายหลุมดำเลยสักนิด

เป็นเวลานานกว่า 13 ปีที่ได้เกิดมีโครงการ Event Horizon ขึ้นมาภายในแนวคิดของการสร้างกล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยแนวคิดคือใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุหลายตัวที่วางอยู่คนละทวีปกันมาต่อเชื่อมเข้าด้วยกันด้วยระบบการนับเวลาที่แม่นยำ เพื่อทำหน้าที่เป็นกล้องหนึ่งเดียวที่เก็บข้อมูลจากหลุมดำขนาดมหึมา 2 แห่ง แห่งแรกคือหลุมดำ
มวลยวดยิ่งใจกลางทางช้างเผือกของเราเองที่มีชื่อเรียกว่า ซาจิทาเรียส เอ สตาร์ (Sagittarius A*) และแห่งที่ 2 คือหลุมดำมวลยวดยิ่งใจกลางกาแล็กซีเพื่อนบ้านของเรา นั่นคือ กาแล็กซีทรงรี M87

ความตั้งใจของโครงการนี้คือภาพถ่ายจริงที่เกิดจากข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำจากกล้องโทรทรรศน์วิทยุทุกตัวในโครงการมาประมวลผลร่วมกัน สร้างเป็นภาพหลุมดำที่จะทำให้เราได้เห็นบริเวณ “ขอบฟ้าเหตุการณ์” หรือ Event Horizon ตามชื่อโครงการนี้ บริเวณที่เป็นขอบเขตสุดท้ายที่ทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่แสงเมื่อข้ามเส้นนี้เข้าไปแล้วจะไม่มีวันได้กลับออกมาอีก การที่หลุมดำมีคุณสมบัติเช่นนี้ทำให้ถ่ายภาพของมันตรงๆไม่ได้ แต่เราจะได้ภาพของขอบเขตสุดท้ายจากมวลสารฝุ่นแก้สที่หมุนโคจรอยู่รอบเส้นแบ่งนี้ด้วยความเร็วสูงจนอนุภาคเสียดสีกันเกิดแสงสว่างจ้า

ทางทีมงานจาก Event Horizon จะประกาศข่าวสำคัญนี้ ไม่แน่ว่าจะเป็นภาพจากหลุมดำยักษ์แห่งใดแห่งหนึ่งหรือทั้ง 2 แห่งในงานประชุมผู้สื่อข่าวที่กรุงบรัซเซลประเทศเบลเยีบม ตรงกับเวลา 2 ทุ่มค่ำวันที่ 10 เมษายน ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งทางเราจะคอยตามข่าวนี้อีกครั้ง

เรียบเรียงโดย @MrVop