ขณะที่โรค COVID-19 ที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ SAR-CoV-2 กำลังเกิดการระบาดใหญ่ (pandemic) ก่อให้มีผู้ป่วยยืนยันแล้วล่าสุดขณะเขียนบทความนี้ทั่วโลกเกือบ 2 ล้านคน การทดลองหาและใช้ยาต้านไวรัสก็ดำเนินไปอย่างเร่งรีบ ล่าสุดนอกจากพบว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ (favipiravir) เรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) คลอโรควิน (Chloroquine) และริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ส่งผลดีในการรักษาอาการของโรค COVID-19 ในผู้ป่วยบางราย ยังพบว่ายา EIDD-2801 ก็ส่งผลดีในการนี้เช่นกัน

ข้อดีที่แตกต่างจากยาตัวอื่นคือ EIDD-2801 ส่งผลต่อไวรัสโคโรนาในหลายสายพันธุ์ หมายถึงยานี้นอกจากใช้กับโรค COVID-19 แล้วยังใช้กับโรคที่เกิดจากโคโรนาไวรัสอื่นๆเช่นเมอร์ส และ ซาร์ส ที่เคยระบาดในอดีด รวมไปถึงรักษาโรคชิคุนกุนยาที่มากับยุงลายได้ด้วย

ภาพขยายของไวรัส SARS-CoV-2 (สีส้ม) จำนวนมากเซลล์ VERO E6 (สีน้ำเงิน) เครดิตรูปภาพ: NIAID

ในกรณีของโรค COVID-19 นั้น จากการทดลองใช้ยา EIDD-2801 ในหนู พบว่าหลังผ่านไป 12-24 ชั่วโมง ยานี้สามารถลดระดับความเสียหายของปอดได้อย่างเห็นผล ซึ่งในกรณีของมนุษย์อาจแตกต่างออกไป แต่ก็น่าจะส่งผลไปในทางเดียวกัน ทีมงานได้ลองยา EIDD-2801กับเซลล์เยื่อบุผิวปอดของมนุษย์ Calu-3 2B4 (เซลล์“ Calu3”) ที่ติดเชื้อ SAR-CoV-2 พบว่าหลังผ่านไป 24 ชั่วโมง ยานี้สามารถลดการเพิ่มจำนวนของไวรัสในเซลล์อย่างเห็นผลเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การศึกษาทางคลินิกของ EIDD-2801 ในมนุษย์ยังต้องรออีกระยะ โดยทางผู้ผลิตยา EIDD-2801 นี้คาดว่าจะเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ผลินี้

ข้อดีของ EID-2801 ยานี้สามารถเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยในลักษณะของยากิน ทำให้เหมาะเป็นยาที่ผู้ป่วยอาการน้อยๆสามารถใช้ได้เองไม่จำเป็นต้องฉีดเข้าเส้นเลือดเหมือนยาต้านไวรัสตัวอื่น นอกจากนี้ยังพบว่า ยา EID-2801 นี้ ในบางกรณียังสามารถใช้ควบคู่ไปกับยาต้านไวรัสอีกตัวคือ เรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) ของบริษัทจิลีด ไซอึนส์ อิงค์ (Gilead Sciences Inc) ได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาได้ด้วย

การค้นพบนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสารการแพทย์ translational  ตามนี้ https://stm.sciencemag.org/content/early/2020/04/03/scitranslmed.abb5883

เรียบเรียงโดย @MrVop