ปี 2563 นี้จะมีอุปราคา หรือการเรียงเป็นเส้นตรงระหว่างดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โลก จนเกิดการบังกันไปมา รวมทั้งหมด 6 ครั้ง แยกเป็นสุริยุปราคา 2 ครั้ง มีทั้งแบบวงแหวนและเต็มดวง และจันทรุปราคาอีก 4 ครั้ง ทั้งหมดเป็นจันทรุปราคาเงามัว

จันทรุปราคาเงามัว เป็นชนิดของจันทรุปราที่ไม่น่าสนใจ ไม่แนะนำให้เสียเวลาดู เนื่องจากสังเกตความสลัวของแสงจันทร์ได้ค่อนข้างยาก ทั้ง 4 ครั้งเกิดในวันที่ 11 มกราคม 6 มิถุนายน 5 กรกฎาคม และ 30 พฤศจิกายน ตามเวลาไทย

สุริยุปราคา 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นครั้งสำคัญ เป็นสุริยุปราคาแบบวงแหวน เกิดตรงกับวันครีษมายัน คือวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่มีเวลากลางคืนสั้นที่สุดในรอบปีนี้ สุริยุปราคาครั้งนี้สามารถมองเห็นได้ในเมืองไทยในลักษณะสุริยุปราที่แหว่งเป็นบางส่วน โดยภาคเหนือจะมองเห็นได้ดีกว่าภาคกลาง และภาคใต้่จะมองเห็นได้น้อยที่สุด

สุริยุปราคาวงแหวนครั้งนี้แนวคราสที่จะเห็นดวงอาทิตย์มืดเป็นรูปวงแหวนเริ่มต้นที่สาธารณรัฐคองโกในทวีปแอฟริกา ผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซูดานใต้ เอธิโอเปีย เอริเทรีย จากนั้นลงสู่ทะเลแดง ผ่านะวันออกกลาง เยเมน ซาอุดีอาระเบีย และโอมาน  จากนั้นเข้าสู่ ปากีสถาน  อินเดีย จีน และไต้หวัน แล้วไปสิ้นสุดในมหาสมุทรแปซิฟิก นอกชายฝั่งทางทิศใต้ของเกาะกวม 

คนไทยที่เที่ยวไต้หวันอยู่ในเวลานั้น มีโอกาสจะเห็นคราสแบบวงแหวน ซึ่งสวยกว่าคราสแบบบางส่วนในไทย

สุริยุปราคาครั้งหลัง เป็นสุริยุปราคาแบบเต็มดวง เกิดเวลา 21:33 ของวันที่ 14  ธันวาคม ไปถึง 00:54 ของวันที่ 15 ธันวาคมตามเวลาไทย ซึ่งไทยอยู่ในช่วงกลางคืน ทำให้เราไม่ได้เห็นสุริยุปราคาในครั้งนี้

สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้แนวคราสเริ่มต้นทางตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก จากนั้นมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้นฝั่งที่ทวีปอเมริกาใต้ โดยผ่านชิลีและอาร์เจนตินาแล้วไปสิ้นสุดในมหาสมุทรแอตแลนติก

สรุปว่าปีนี้เรามีอุปราคาที่เหมาะสมกับการรอเฝ้าชมในไทย คือสุริยุปราคาบางส่วนวันครีษมายัน 21 มิถุนายน นั่นเอง

เครดิตภาพ http://www.eclipsewise.com/oh/ec2020.html

** เวลาในภาพประกอบต้องบวก 7 ชั่วโมงเป็นเวลาไทย

เรียบเรียงโดย @MrVop