เมื่อคืนวันที่ 19 เมษายน 62 ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดรนลำหนึ่งออกบินเป็นระยะทาง 4.5 กิโลเมตรในเวลา 10 นาที เพื่อนำไตจากร่างผู้บริจาคไปสู่เตียงผ่าตัดซึ่งผู้ป่วยคือนาง Trina Glipsy วัย 44 ปี จากบัลติมอร์ รอคอยการปลูกถ่ายอยู่ และผลการผ่าตัดเปลี่ยนไตก็ประสบความสำเร็จด้วยดี นาง  Trina ได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง นี่ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ใช้โดรนในการส่งอวัยวะมนุษย์แบบนี้

ตามข้อมูลจาก United Network for Organ Sharing (UNOS) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งศึกษาและบริหารจัดการระบบปลูกถ่ายอวัยวะในสหรัฐฯ ระบุว่า เมื่อปี 2018 มีผู้รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะในสหรัฐฯ ราว 114,000 ราย และมีอวัยวะที่ขนส่งไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง 1.5% และอีกเกือบ 4% ประสบปัญหาการขนส่งล่าช้ากว่า 2 ชั่วโมงขึ้นไป ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ล้วนเป็นเรื่องของการจราจรทั้งสิ้น และ “โดรน” ก็ถูกเลือกให้เข้ามาช่วยงานทางการแพทย์ในด้านนี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยมีการใช้โดรนส่งโลหิตไปยังพื้นที่ห่างไกลในประเทศราวันดามาแล้ว แต่การส่งที่เน้นระยะทางใกล้ๆแต่เร่งด่วนแถมยังเป็นของสำคัญเช่นอวัยวะมนุษย์ที่มีอัตราการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก

ทีมวิศวกรผู้พัฒนาโดรนจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ ได้เน้นความพิเศษของโดรนสำหรับส่งอวัยวะลำนี้โดยออกให้สามารถบรรทุกน้ำหนักของอวัยวะ รวมทั้งอุปกรณ์เก็บรักษาและเฝ้าสังเกตไม่ให้อวัยวะได้รับความเสียหายระหว่างการขนส่ง ซึ่งประกอบไปด้วยกล้องและอุปกรณ์ติดตาม อุปกรณ์สื่อสาร นอกจากนี้ยังติดตั้งเครื่องยนต์สำรองหลายเครื่อง เพื่อใช้ทดแทนได้ทันทีในกรณีที่เครื่องยนต์เครื่องใดเครื่องหนึ่งหยุดทำงาน สุดท้ายยังมีร่มชูชีพสำหรับให้โดรนสามารถร่อนลงจอดได้อย่างปลอดภัยหากระบบทั้งหมดล้มเหลวอีกด้วย

โดรนลำนี้ผ่านการอนุมัติของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (Federal Aviation Administration – FAA)  ต่อไปคงมีการใช้โดรนทางการแพทย์ในลักษณะนี้มากยิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน

เรียบเรียงโดย @MrVop