โรคมาลาเรีย เป็นโรคอันตรายซึ่งมันก็คือพลาสโมเดียม (Plasmodium) ซึ่งเป็นสกุลของเชื้อปรสิตโปรโตซัวชนิดที่ในวงชีวิตของมันต้องการโฮสต์สองตัวในการแพร่พันธุ์ อันแรกได้แก่ตัวพาหะนั่นก็คือยุง โฮสต์ที่สองก็จะเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังนั่นคือมนุษย์

มีหลักฐานชี้ว่าเชื้อปรสิตมาลาเรียนั่นจะปล่อยกลิ่นเฉพาะออกมาชนิดหนึ่ง ทำให้ยุงรู้ได้ว่ามนุษย์คนไหนที่ติดเชื้อและตรงเข้ามาดูดเลือดมนุษย์คนนั้นเพื่อแพร่พันธุ์ต่อไป และในเมื่อยูงสามารถได้กลิ่นนี้ สัตว์ที่มีจมูกสุดยอดในการดมกลิ่นอย่างสุนัข ก็ควรจะได้กลิ่นเฉพาะตัวนี้เช่นกัน

ด้วยแนวคิดนี้ ทีมนักวิจัยนำโดย สตีฟ ลินด์ซี่ (Steve Lindsay) แห่งมหาวิทยาลัยเดอร์เเรม (Durham University) จึงได้ทดลองฝึกสุนัขขึ้นมาจำนวนหนึ่ง ให้มีความสามารถในการดมกลิ่นตัวของมนุษย์เพื่อตรวจหาเชื้อมาลาเรียในเลือดซึ่งจะปล่อยกลิ่นเฉพาะตัวออกมา

ทีมนักวิจัยได้ทำการทดลองในประเทศกานา โดยให้กลุ่มด็กที่ติดเชื้อมาลาเรีย รวมถึงเด็กที่สุขภาพดี สวมถุงเท้าเอาไว้ข้ามคืน จากนั้นทีมนักวิจัยก็จะนำถุงเท้าที่เด็กๆ สวมแล้วนี้ไปให้สุนัขที่ได้รับการฝึกดม เพื่อระบุว่าถุงเท้าคู่ไหนมีกลิ่นของเชื้อปรสิตมาลาเรีย

ผลปรากฏว่า สุนัขที่ฝึกมาสามารถแยกแยะถุงเท้าของเด็กติดเชื้อมาลาเรียได้ถูกต้อง 70% และแยกเด็กไม่ติดเชื้อได้ถูกต้อง57′ 90%

นั่นหมายถึงในอนาคตเราอาจไม่ต้องเจาะเลือดคนทั้งชุมชนเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อมาลาเรีย เพียงใช้สุนัขเข้าไปดมก็จะระยุตัวได้และนำไปกักตัวไว้ไม่ให้ยุงกัดรวมทั้งรักษาได้ทันท่วงที ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างมากที่จะลดต้นทุนการตรวจสอบ อีกทั้งยังมีความสะดวกรวดเร็วและไม่มีใครต้องเจ็บตัว

ทุกวันนี้มีการฝึกสุนัขให้ดมกลิ่นมนุษญ์เพื่อตรวจหาโรคมะเร็ง โรคพาร์คินสันส์ เเละโรคเบาหวานอยู่แล้ว ต่อไปก็เพื่มโรคมาลาเรียขึ้นมาอีกอย่าง เรียกว่าเจ้าสัตว์แสนรู้ก็จะได้ทำงานร่วมกับมนุษย์มากขึ้นซึ่งมันก็ชอบด้วยนะ

เรียบเรียงโดย @MrVop