ช่วงนี้มีข่าวลือแพร่ไปทั่วว่าจะมีการระบาด​ของโรคใหม่ที่ร้ายกว่าโควิด-19 แต่ข้อเท็จจริง​คืออะไร เรามาดูกัน

CNN ฉบับ 22-12-63 ลงข่าวว่า ศาสตราจารย์ ฌอง ฌาร์คส์ มูเยมเบ แทมฟูม ​หนึ่งในคนแรกๆที่ค้นพบโรคอีโบลาสมัยปี 2519​ ได้รับรายงานถึงเคสหญิงรายหนึ่งในเมืองกินชาซา เมืองหลวงของสาธารณรัั​ฐคองโก หญิงรายนี้มา รพ. Ingende ด้วยอาการป่วยคล้ายอีโบลา พร้อมลูก 2 คน

แพทย์ทำการรักษา​และดูอาการ เพราะถ้าเป็นอีโบลาจริงก็ไม่น่าจะมีปัญหา​เนื่องจากมียาและวัคซีนสำหรับโรคนี้ใช้มาหลายปีแล้ว​ แต่ที่น่าสนใจและน่ากังวลคือ ผลตรวจอีโบลาของหญิงคนนี้ออกมาเป็นลบ

พูดง่ายๆคือ เธอป่วยเหมือนเป็นอีโบลา แต่ไม่ใช่อีโบลา

CNN เข้าไปทำข่าว ระหว่างการสัมภาษณ์​ ทาง ศ.มูเยมเบ ตั้งข้อสมมุติฐาน​ให้นักข่าวฟังและคิดตามว่า จะเป็นไงถ้าไวรัสในตัวหญิงคนนี้จะทำให้เธอกลายเป็นเคสซีโร (Cade zero – ผู้ป่วยรายแรก)​ ของโรคใหม่ โดยตั้งชื่อโรคชั่วคราวว่า Disease X​ ที่โรคนี้อาจมีอัตราตายสูงมากแบบอีโบลา (เกือบ 90%)​ และระบาดเร็ว​แบบโควิด-19 (ชื่อนี้ทาง ศ.มู​เย​มเบ​ไม่ได้คิดเอง แต่เป็นชื่อที่ทางองค์การ​อนามัย​โลก เคยตั้งไว้ตั้งแต่​เดือนกุมภาพันธ์​ 2561 เผื่อเอาไว้ใช้กับโรคระบาดไม่รู้ที่มาตัวใหม่)

พอเอาไปลงข่าว ข่าวนี้ก็เริ่มแพร่ออกไปด้วยการเอาข้อสมมุติฐาน​ไปขยายต่อๆกันในโซเชียล​

แต่ข้อเท็จจริง​ในเวลานี้​คือยังรอผลตรวจให้แน่ใจว่าหญิงคนนี้ป่วยเป็นอะไรกันแน่ ถ้าเป็นไวรัสที่ไม่รู้จักก็อาจต้องมีการถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อศึกษา​ค้นคว้า​กันต่อไป และจะได้หาทางสร้างวัคซีน​เสียแต่เนิ่นๆ แน่นอนว่าเธอและลูกทั้ง 2 ยังคงถูกกักตัวอยู่ในที่ปลอดภัย

และโรค Disease X ณ เวลานี้ ยังไม่มีตัวตน