เมื่อราวร้อยล้านปีที่แล้วในยุคครีเทเชียส ผึ้งตัวเมียตัวหนึ่งบินมาเกาะบนต้นสนหลังหาอาหาร ร่างกายของเธอติดหนอนปรสิตมาด้วย เวลานั้นยางไม้ของต้นสนไหลลงมาห่อหุ้มฝึ้งตัวนี้เอาไว้ วันเวลาผ่านไป ปัจจัยทางธรณีวิทยาเปลี่ยนยางไม้ให้กลายเป็นก้อนอำพัน และนี่คืออัญมณีก้อนเดียวในโลกที่ขังแมลงผึ้งยุคไดโนเสาร์พร้อมละอองเกสรดอกไม้และปรสิตไว้ภายใน

ผึ้งในอำพันตัวนี้คือ Discoscapa apicula เป็นหนึ่งในสองสายพันธุ์ผึ้งที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคู่มากับ Melittosphex burmensis ซึ่งทั้งคู่เป็นผลงานการค้นพบของศาสตรจารย์จอร์จ พอยนาร์ จูเนียร์ นักสัตววิทยา จากมหาวิทยาลัยรัฐออริกอน จากเหมืองอำพันในประเทศพม่า

Discoscapa apicula ซึ่งเป็นผึ้งโบราณที่คนพบล่าสุดนี้ ทางศาสตรจารย์พอยนาร์ได้แยกให้เป็น ชนิด สกุล และวงศ์ใหม่ต่างหากจาก Melittosphex burmensis ที่พบก่อนหน้านี้ในปี 2009

ศาสตรจารย์พอยนาร์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์และพืชฟอสซิลในอำพันที่มีชื่อเสียง เป็นผู้ให้กำเนิดแนวคิดในการสกัดดีเอ็นเอจากแมลงดึกดำบรรพ์ชนิดต่างๆที่พบในก้อนอำพัน แนวคิดนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางเมื่อไมเคิล ไครช์ตัน ( Michael Crichton) ผู้อำนวยการสร้าง/ผู้กำกับ นำไปใช้ในแฟรนไชส์ ภาพยนตร์ เรื่อจูราสสิก ปาร์กอันโด่งดัง ที่มีเนื้อนเรื่องในทำนองที่มีการชุบชีวิตไดโเนสาร์ขึ้นมาใหม่จากดีเอ็นเอในเลือดยุงโบราณจากก้อนอำพัน

ศาสตรจารย์พอยนาร์ชี้ให้เห็นความพิเศษของ Discoscapa apicula ผึ้งโบราณที่ค้นพบใหม่ตรงบริเวณหนวดของมัน จะมี “เดือย” เล็กๆแยกออกมาซึ่งไม่ปรากฏให้เห็นในผึ้งยุคปัจจุบัน และไม่พบในผึ้งโบราณตัวที่พบก่อนหน้านี้ จุดสังเกตนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ต้องแยกผึ้งนี้ออกไปตั้งวงศ์ สกุลและชนิดใหม่

ในก้อนอำพันที่แสนพิเศษนี้ยังมีละอองเกสรดอกไม้จากร้อยล้านปีที่แล้วปรากฏอยู่ด้วย ละอองเกสรเหล่านี้เป็นหลักฐานว่าผึ้งตัวเมียตัวนี้แวะหาอาหารก่อนมาจบชีวิตด้วยการถูกฝังในยางไม้สน

นอกจากนี้ศาสตรจารย์พอยนาร์ ยังพบหนอนตัวอ่อนของแมลงปรสิตถึง 21 ตัวในก้อนอำพันก้อนนี้ด้วย ตัวอ่อนนี้ไม่กินตัวผึ้ง แต่จะติดไปกับผึ้งเพื่อให้ผึ้งพาเดินทางกลับไปที่รัง เมื่อถึงรังผึ้งเจ้าหนอนนี้จะรอเวลาเติบโตขึ้นมาเพื่อกินตัวอ่อนผึ้งและเกสรดอกไม้ที่ผึ้งนำมาสะสมไว้เป็นอาหาร

ถือเป็นการค้นพบที่มหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง

ผลงานการค้นพบตีพิมพ์ เผยแพร่ลงในวารสาร BioOne Complete ฉบับวันที่ 29 มงค.63