ปลายปีหน้า ยานอวกาศ 1 ใน 2 ลำในโครงการปกป้องโลกจากการเข้าชนของดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NASA และ องค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA จะเดินทางออกจากโลก

ยานอวกาศทั้ง 2 ทำหน้าที่แตกต่างกัน ทั้งคู่เคยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ AIDA ที่ยกเลิกไปเพราะฝั่งยุโรปไม่พร้อมเนื่องจากเยอรมันซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นใหญ่ได้ถอนตัวไปทำโครงการสำรวจอวกาศของตนเอง แต่ในที่สุด ESA ก็ลงทุนใหม่อีกครั้งในการสร้างยาน AIM (ย่อมาจาก  Asteroid Impact Mission)   และวางแผนให้เดินทางออกจากโลกเดือนธันวาคม ปี 2563 มุ่งตรงไปโคจรรอบดาวเคราะห์น้อยเป้าหมาย 65803 Didymos

ความพิเศษของดาวเคราะห์น้อย Didymos ก็คือ มันเป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดราว 800 เมตรที่มีดวงจันทร์ดวงเล็กๆขนาด 170 เมตรโคจรอยู่ข้างๆ ดวงจันทร์เล็กดวงนี้คือเป้าหมายในการ “พุุ่งชน” ของ DART ซึ่งเป็นยานอวกาศจากฝั่งสหรัฐฯ

ยาน DART (ย่อมาจาก Double Asteroid Redirection Test ) จะออกจากโลกตามหลังยาน AIM โดยออกเดินทางในเดือนกรกฎาคม 2564 และมีกำหนดที่จะ “พุ่งเข้าชน” ดวงจันทร์ของ Didymos ในดือนตุลาคม 2565

ใช่แล้ว ทั้งหมดนี้ดูคล้ายบทในเรื่อง ดีพ อิมเพ็ค หรือ เรื่องอาร์มาเก็ดดอน นั่นคือการใช้ยานอวกาศพุ่งชนวัตถุอวกาศจำพวกดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยที่มีทิศทางตรงมาที่โลกเรา เพื่อเบี่ยงเบนเส้นทางให้ห่างออกไป ไม่ให้เกิดหายนะภัยครั้งใหญ่ในอนาคต

เมื่อมีการพุ่งชน ยา AIM ที่ออกเดินทางไปก่อนและโคจรอยู่ใกล้ๆจะบันทึกภาพและรายละเอียดองศาการเบี่ยงเบนของดวงจันทร์ที่ถูกชนเพื่อส่งกลับมายังโลก

ยาน DART มีน้ำหนัก 500 กิโลกรัม ความเร็วที่ใช้ในการพุ่งชนคือ 6 กิโลเมตรต่อวินาที คำนวนว่าจะเปลี่ยนเส้นทางของดวงจันทร์ของ Didymos  ให้มีความเร็วเปลี่ยนไป 0.4 มิลิเมตรต่อวินาทีและองศาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เมื่อคำนวนกับระยะทาง องศาที่เบี่ยงไปจะกว้างขึ้นเรื่อยๆจนมีผลทำให้วัตถุนี้ไม่ชนโลกเราในอนาคต

ยังมียานอวกาศอีก 2 ลำที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ นั้นคือดาวเทียมลูกบาศก์ Licia ที่จะติดอยู่ข้างยาน DART และแยกตัวออกไปถ่ายภาพระยะใกล้ในไม่กี่นาทีก่อนการพุ่งชน และยานอวกาศ Hera ที่จะส่งตามหลังไปในอีก 2-3 ปีหลังการชนเพื่อเก็บเกี่ยวผลลัพธ์ที่เหลือ

มีดาวเคราะห์น้อยอันตรายหลายดวงในระบบสุริยะที่มีวงโคจรตัดกับวงโคจรของโลก ไม่วันใดก็วันหนึ่งในอนาคตอาจเกิดเรื่องร้ายที่ไม่คาดฝัน การลงทุนทำโครงการเบี่ยงเบนเส้นทางดาวเคราะห์น้อยและดาวหางนี้จึงคุ้มค่าอย่างยิ่งก่อนเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่

เว็บไซต์ของโครงการ
เรียบเรียงโดย @MrVop

 

** รูปประกอบบทความเป็นภาพเปรียบเทียบขนาดของดาวเคราะห์น้อย Didymos  และดวงจันทร์ของมันเมื่อวางไว้กลางกรุงปารีส