การค้นพบล่าสุดจากนักวิทยาศาสตร์ วาฬคูเวียร์ คือแชมป์โลกผู้สามารถกลั้นหายใจใต้น้ำได้นานกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดบนโลกใบนี้ แถมยังสามารถดำสู่ก้นทะเลลึกเกินใครอีกด้วย

ปลาทั่วไปหายใจด้วยเหงือก จึงอาศัยอยู่ในน้ำได้ตลอดชีวิตไม่มีวันจมน้ำตาย แต่วาฬหายใจด้วยอากาศแบบเดียวกับมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหลาย การดำน้ำของวาฬจึงต้องอาศัยการโผล่ขึ้นมาหายใจเป็นระยะ หากวาฬตัวใดติดอวนหรือแหใต้น้ำขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำไม่ได้ วาฬตัวนั้นก็จะจมน้ำตาย

ล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดย ดร. นิโคลา ควิก จากมหาวิทยาลัย Duke ในเมืองเดอรัมสหรัฐอเมริกา ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของวาฬคูเวียร์จำนวน 23 ตัวเป็นเวลานาน 5 ปี คอยจับเวลาการดำน้ำของวาฬชนิดนี้รวมแล้วมากกว่า 3,600 ครั้ง

ผลการติดตามของทีมงานพบว่า วาฬคูเวียร์ หรือ Cuvier’s beaked whales (Ziphius cavirostris) นั้นสามารถกลั้นหายใจใต้น้ำได้หนึ่งชั่วโมงขึ้นไปเป็นอย่างน้อยในสภาพปกติทั่วไป และสามารถดำน้ำเพื่อล่าปลาหมึกซึ่งเป็นอาหารโปรดได้ลึกถึง 3 กิโลเมตร

แต่วาฬชนิดนี้มีความหวาดระแวง รวมทั้งหูของมันนั้นไวต่อเสียงต่างๆใต้น้ำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเสียงโซนาร์จากเรือต่างๆของมนุษย์ และเมื่อถูกรบกวน วาฬคูเวียร์ก็จะดำน้ำนานขึ้น อาจถึง 2 ชั่วโมงเศษ

และก็ได้พบวาฬตัวคูเวียร์ตัวหนึ่ง ที่ถูกรบกวนด้วยโซนาร์ของทัพเรือสหรัฐฯ ทำให้มันเกิดความตื่นกลัวจนสามารถดำลงใต้น้ำโดยไม่โผล่ขึ้นมาหายใจเลยนานถึง 3 ชั่วโมง 42 นาที

นักวิทยาศาสตร์ ให้ความเห็นว่าการดำน้ำนานจนทำลายสถิติโลกของวาฬคูเวียร์ตัวนี้ ไม่น่าจะเป็นเรื่องปกติ แต่อย่างไรก็แสดงให้เห็นว่าสัตว์นี้สามารถทำสิ่งที่น่าแปลกใจในสถานการณ์ที่จำเป็นต่อชีวิต

เกี่ยวกับความสามารถในการดำน้ำลึกและนานของวาฬชนิดนี้ นักวิทยาศาสตร์คาดว่าวาฬคูเวียร์อาจมีระบบเผาผลาญของเซลล์ที่ช้ามาก และมีแหล่งเก็บออกซิเจนที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ รวมทั้งความสามารถในการทนต่อการสร้างกรดแลคติกในร่างกายได้นานกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ

การค้นพบครั้งนี้ ตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสาร The Journal of Experimental Biology 

เรียบเรียงโดย @MrVop