ทีมนักบรรพชีวินวิทยานานาชาติจากเกาหลีใต้ สหรัฐฯ และออสเตรเลีย พบรอยเท้าจระเข้ยุคครีเทเชียสช่วง 110 ถึง 120 ล้านปีที่แล้วบริเวณใกล้เมือง Sacheon ในประเทศเกาหลีใต้ ที่แสดงให้เห็นว่า มันเดินด้วยสองเท้าหลัง ไม่ใช่สี่เท้าเหมือนจระเข้ในยุคนี้ และยังทำความเร็วสูงด้วยการวิ่งได้เป็นอย่างดี

ศาสตราจารย์ คยุง ซู คิม จากมหาวิทยาลัยศึกษาศาสตร์แห่งชาติชินจูของเกาหลีใต้ หนึ่งในทีมงานที่พบรอยเท้าจระเข้ยุคครีเทเชียสในครั้งนี้ชี้แจงถึงความมั่นใจในการค้นพบว่า “ที่เราทราบได้จากรอยเท้าที่ปรากฏบนหิน ว่าเป็นรอยเท้าของสัตว์ในตระกูลจระเข้โบราณอย่างแน่นอน ไม่ใช่รอยเท้าไดโนเสาร์ชนิดอื่น ๆ ก็เพราะลักษณะการเดิน ที่จะลงน้ำหนักที่ส่วนแบนของฝ่าเท้าเหมือนมนุษย์ ไม่เหมือนสัตว์จำพวกไดโนเสาร์จะเดินลงน้ำหนักเน้นที่หัวแม่เท้ามากกว่า นอกจากนี้รอยเท้ายังแสดงให้เห็นการเดินเป็นเส้นตรง ไม่มีรอยลากหาง ไม่พบรอยของสองเท้าหน้า รอยกดส้นเท้าที่เห็นก็จมลงไปลึกมาก จนพอที่จะสันนิษฐานได้ว่าพวกมันเดินด้วยสองขาหลัง โดยตั้งลำตัวแบบขนานไปกับพื้น”

“รอยเท้ามีขนาดตั้งแต่ 18-24 ซม. บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของรอยเท้าเหล่านี้น่าจะมีขนาดลำตัวที่มีความยาวมากกว่า 3 เมตร” ศาสตราจารย์ คยุง ซู คิม กล่าวเสริม

อย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิทยาศาสตร์บางรายให้ความเห็นแย้งว่าโครงสร้างรอยเท้าที่พบอาจฟันธงลงไปตอนนี้ไม่ได้ว่าเป็นจระเข้ นักวิทยาศาสตร์บางรายเช่น ดร. แอนโธนีโรมิลิโอ แห่งมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ก็ยังไม่เห็นด้วยเต็มที่นัก โดยให้เหตุผลในเชิงที่ว่าก่อนหน้านี้แทบไม่เคยมีรายงานว่าพบฟอสซิลจระเข้ยุคครีเทเชียสในดินแดนแถบเกาหลีใต้แบบนี้ การที่อยู่ดีๆจะมีรอยเท้าปรากฏจำนวนนับร้อยรอย นับเป็นเรื่องแปลก

อย่างไรก็ตาม ทีมงานก็ยังมั่นใจในข้อมูลที่พบ โดยระบุจากพื้นที่ๆพบรอยเท้าว่าบริเวณนี้น่าจะเป็นตะกอนดินโคลนที่อยู่โดยรอบทะเลสาบโบราณมาก่อน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นพื้นที่หากินของจระเข้ในยุคครีเทเชียสมากกว่าสัตว์อื่น

การค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสาร Nature ตามนี้ https://www.nature.com/articles/s41598-020-66008-7