ท่ามกล่างการระบาดเป็นวงกว้างของไวรัส SARS-CoV-2 ที่ก่อให้เกิดโรค COVID-19 ไปทั่วโลกนั้น ในบางกรณีพบว่าอาการและผลตรวจทางคลีนิกแยกได้ยากมากจากผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้เลือดออกจากไวรัสเด็งกี่ และนี่คือ 2 รายในสิงค์โปร์ที่เข้าข่ายนี้

รายแรกเป็นผู้ป่วยชายอายุ 57 ปี ไม่มีประวัติเดินทาง เข้าโรงพยาบาลท้องถิ่นเมื่อวันที่ 9 ก.พ.63 ด้วยอาการไข้สูงและไอติดต่อกัน 3 วัน มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ นับจำนวนได้ 140,000 เซลล์ / ลบ.มม. ภาพรังสีทรวงอกปกติ แต่เมื่อผลตรวจโปรตีน NS1 หรือ Dengue non-structural protein 1 antigen (Dengue NS1Ag) รวมทั้ง ภูมิคุ้มกัน IgM และ IgG มีผลเป็นลบ แพทย์จึงให้ออกจากโรงพยาบาล ต่อมาชายผู้นี้ได้กลับเข้าโรงพยาบาลเป็นครั้งที่สองเนื่องจากไข้สูงไม่ลด รอบนี้นับเกล็ดเลือดได้เพียง 89,000 เซลล์ / ลบ.มม. มีจำนวนเม็ดเลือดขาวผิดปกติ และผลตรวจ ภูมิคุ้มกัน IgM และ IgG ออกมาเป็นบวก จึงถูกส่งตัวไปรักษาโดยระบุว่าเป็นไข้เลือดออก จากนั้นมีอาการไอมากขึ้นและหายใจลำบาก จึงมีการส่งไปถ่ายภาพรังสีทรวงอกอีกครั้ง เนื่องจากสงสัยว่าจะมีไวรัส SARS-CoV-2 และผลจากการตรวจไวรัสโดยใช้วิธี RT-PCR (การทดสอบในห้องปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นภายในบ้านเพื่อตรวจหายีน N และ ORF1ab) ออกมาเป็นบวก เมื่อตรวจหาไวรัสเด็งกี่ ขิคุนกุนยา และซิกาเพิ่มเติมจากเลือดและปัสสวะต่างก็ให้ผลเป็นลบ จึงสรุปว่าชายผู้นี้ป่วยเป็น COVID-19 โดยผลตรวจไข้เลือดออกนั้นเป็น False-Positive หรือแสดงผลไม่ตรงความจริง อธิบายง่ายๆว่าเป็น “ไข้เลือดออกปลอม”

รายที่สองเป็น ผู้ป่วยหญิงอายุ 57 ปีเท่ากับรายแรก ไม่มีประวัติเดินทาง เข้าโรงพยาบาลท้องถิ่นเมื่อวันที่ 14 ก.พ.63 ด้วยอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อติดต่อกันเป็นเวลา 4 วันมีอาการไอร่วมด้วยแต่ไม่มาก ตรวจพบภาวะเกล็ดเลือดต่ำ 92,000 เซลล์ / ลบ.มม. ผลตรวจไข้เลือดออกจาก ภูมิคุ้มกัน IgM มีค่าเป็นบวก ถูกจำหน่ายเป็นผู้ป่วยนอกโดยติดตามผลโรคไข้เลือดออก ผู้ป่วยรายนี้กลับเข้าโรงพยาบาลใน 2 วันต่อมาด้วยอาการไข้ที่ไม่ลดลงและพบ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ 65,000 เซลล์ / ลบ.มม. มีจำนวนเม็ดเลือดขาวผิดปกติ และตรวจพบการทดสอบการทำงานของตับผิดปกติ แต่การถ่ายภาพรังสีทรวงอกของผู้ป่วยเป็นปกติ จึงให้การรักษาแบบไข้เลือดออกต่อไป จากนั้นอีก 3 วันจึงมีการตรวจหาไวรัส SARS-CoV-2 และพบว่ามีผลเป็นบวก ซึ่งเวลานั้นผลอื่นๆที่แสดงอาการไช้เลือดออกกลับตรวจออกมาเป็นผล ผู้ป่วยจึงถูกวินิจฉัยใหม่ว่าป่วยเป็น COVID-19 และก็เหมือนรายแรก คือผลตรวจระยะแรกเป็นเด็งกี่แบบ False-Positive หรือ “ไข้เลือดออกปลอม” เช่นกัน

ที่มา https://www.thelancet.com/journals/laninf/article/PIIS1473-3099(20)30158-4/fulltext

เรียบเรียงโดย @MrVop