ตื่นเต้นดีใจกันอยู่ไม่นาน ที่ประเทศจีนประสลความสำเร็จ นำชีวิตแรกจากโลกไปเติบโตบนผิวดวงจันทร์ได้ นั่นคือข่าวของการงอกเงยของเมล็ดฝ้ายบนยานแลนเดอร์ “ฉางเอ๋อ-4” ที่ลงจอดในพื้นที่ราบเรียบก้นหลุมอุกกาบาตโบราณด้ายฝั่งไกลของดวงจันทร์ มาบัดนี้ สภาพอันทารณโหดร้ายบนดวงจันทร์ได้เริ่มมาถึง เมื่อเข้าสู่ข้างขึ้น 12 ค่ำเป็นต้นไป ดวงจันทร์ด้านใกล้โลกก็จะเริ่มสว่างใกล้เต็มดวง ดวงจันทร์ด้านไกลเริ่มเข้าสู่ความมืด นั่นคือช่วงเวลากลางคืนที่แสนยาวนานและหนาวเหน็บ จนอุณหภูมิลดลงไปต่ำกว่าศูนย์ถึง  170 องศาเซลเซียส หรือ -170°C เมื่อต้นอ่อนของฝ้ายพบสภาพความเย็นสุดทนทานได้แบบนี้ ก็ได้เหี่ยวเฉาและตายลงอย่างรวดเร็ว

ทีมนักวิทยาศาสตร์จีน นำโดยศาสตราจารย์เซี่ย เกิงซิน ผู้ออกแบบการทดลองสร้างระบบนิเวศสำหรับการทดลองปลูกพืชบนดวงจันทร์กล่าวว่า ทีมตนได้คาดหมายไว้ล่วงหน้าแล้วว่าต้นอ่อนของเมล็ดพืชซึ่งยานฉางเอ๋อ-4 นำไปด้วยนั้นจะมีอายุสั้น เนื่องจากสภาพแวดล้อมในระบบที่ออกแบบไว้เป็นภาชนะทรงกระบอกไม่อาจทนต่อความเย็นในด้านที่มืดมิดของดวงจันทร์ได้ ทั้งนี้นอกจากเมล็ดฝ้าย ทีมงานยังบรรจุเมล็ดพืชอื่นๆอีกจำนวนหนึ่งและยังมีเชื้อยีสต์และไข่ของแมลงหวี่ ซึ่งหลายวันที่ผ่านมานับจากยานลงจอดก็ไม่มีทีท่าว่าจะงอกขึ้นมาได้ และในเวลานี้ไข่และยีสต์อาจตายหมดแล้ว

เป็นอันว่าความหวังของบรรดานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกที่คิดว่าจะไปสร้างระบบเกษตรกรรมบนผิวดวจันทร์เพื่อเอาไว้ผลิตอาหารเลี้ยงประชากรในอาณานิคมนอกโลกในอนาคตมีอันต้องพังทลายไปชั่วคราว จนกว่าจะหาทางสร้างระบบนิเวศน์ที่ทนทานสภาพอันทารุณโหดร้ายบนผิวดวงจันทร์ได้ นี่ยังไม่นับข้างแรมที่ผิวดวงจันทร์ฝั่งไกลกลายเป็นเวลากลางวัน ความร้อนจะทวีเกิน 100 °C อาจสูงเกิน 120°C ในด้านไกลของดวงจันทร์ช่วงแรม 15 ค่ำ พิชผักจะถูกย่างสดได้โดยไม่ยากหากระบบป้องกันไม่ดีพอ

เวลานี้ตัวยานแลนเดอร์ “ฉางเอ๋อ-4” ถูกสั่งให้เข้าสู่โหมด sleep เนื่องจากไม่มีพลังงานแสงอาทิตย์ในด้านไกลของดวงจันทร์

เรียบเรียงโดย @MrVop