ทั่วโลกมีคนติดเชื้อเอชไอวีราว 37 ล้านคนและเป็นที่ทราบกันดีในทุกวันนี้ว่ายังเป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่เมื่อเร็วๆนี้มีผู้ป่วยชาวอังกฤษเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ปรากฏว่าการรักษาแบบนี้ได้ผล ชายผู้นี้มีสุขภาพแข็งแรงโดยไม่ต้องใช้ยาต้านไวรัส HIV อีกต่อไป

เชื้อไวรัส HIV ต้นเหตุของโรคเอดส์นั้น จะแพร่เข้าสู่เซลของมนุษย์ได้โดยการใชปุ่ม gp 120 ที่งอกอยู่รอบตัวไสรัสเข้าไปเกาะกับตัวรับ CCR5 ที่ผิวเซล แต่มีสำหรับบางคนที่เกิดมามีลักษณะพิเศษคือยีนกลายพันธุ์ที่เรียกว่า CCR5Δ32 เป็นผลที่ผิวเซลของบุคคลนั้นไม่มี CCR5 เป็นตัวรับ ทำให้ไวรัส HIV ไม่สามารถเข้าเกาะเซลเป้าหมายได้ บุคคลนั้นก็เลยเป็นคนที่มีภูมิต้านทานเชื่อไวรัส HIV ไปในตัว


ทีโมธี เรย์ บราวน์ ชายคนแรกของโลกที่เข้ารับการรักษาการติดเชื่้อ HIV โดยวิธีปลูกถ่ายเสต็มเซลเมื่อ 12 ปีก่อน บัดนี้ยังมีสุขภาพแข็งแรงดี ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 4 มีนาคม 62 ที่่ผ่านมาที่ซีแอตเติล

แนวคิดหนึ่งในการรักษาเอดส์ก็คือการปลูกถ่ายเสต็มเซลกลายพันธุ์นี้ไปที่ร่างกายผู้ติดเชื้อ การทดลองครั้งแรกเกิดขึ้นในในกรุงเบอร์ลินเ เมื่อ 12 ปีที่แล้วกับผู้ติดเชื้อชายชาวอเมริกัน ผลคือชายผู้นี้ยังคงมีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้โดยไม่ต้องใช้ยาต้านเชื้อไวรัส HIV แต่อย่างใด เมื่อเร็วๆนี้จึงมีการรักษาในวิธีการนี้กับชายขาวลอนดอน ซึ่งถือเป็นรายที่ 2 ของโลก ผลออกมาเป็นเช่นเดียวกันคือเชื้อ HIV ในร่างกายของผู้ป่วยค่อยๆลดลงจนแทบตรวจไม่พบอีกต่อไป

ผู้อำนวยการองค์การ UNAIDS สหประชาชาติ กล่าวถึงข่าวดีนี้ว่า “เป็นความคืบหน้าครั้งใหญ่ของวงการยุติเอดส์”

ทางด้านนายสเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกสหประชาชาติ ได้ออกแถลงข่าว ถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญในวงการแพทย์ครั้งนี้ว่าคือการสร้างความหวังเเก่อนาคต เเสดงให้เห็นว่าเราคืบหน้าไปอยา่งมากในความพยายามหยุดยั้งโรคเอดส์โดยพึ่งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เเละยูเอ็นเห็นว่าสำคัญมากที่ควรเดินหน้าเน้นงานป้องกันเเละความพยายามรักษาเอดส์ต่อไป ท่านสามารถดูคลิปการแถลงข่าวได้ที่นี่ [คลิ๊ก]

แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาแบบปลูกถ่ายสเต็มเซลล์นี้ยังไม่ใช่หนทางที่สดใสเท่าใดนัก เนื่องจากมีโอกาสน้อยมากที่จะพบผู้มีอาการกลายพันธุ์แบบ CCR5Δ32 และโอกาสน้อยเข้าไปอีกที่เนื้อเยื่อของผู้บริจาคและผู้ติดเชื้อจะเข้ากันได้ อีกทั้งขั้นตอนการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ก็ยังถือว่าไม่ปลอดภัยสำหรับร่างกายผู้ติดเชื้อในช่วงแรกที่ยังต้องพึ่งยานต้านไวรัส HIV ทุกวัน แต่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้อย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่จะพามวลมนุษย์ชาติเข้าสู่วันใหม่กับความหวังใหม่ วันที่เราได้รู้ว่าว่าโรคเอดส์ก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับความพยายามของเราเช่นเดียวกัน


อ้างอิง sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1465324917306205
อ้างอิง www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26143158
เรียบเรียงโดย @MrVop