เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สวนสัตว์ปารีส ได้นำสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่มีชื่อเล่นว่า ‘บล็อบ’ ตั้งตามชื่อภาพยนตร์ไซไฟสยองขวัญในปี ค.ศ. 1958 เรื่อง “The Blob” นำแสดงโดย สตีฟ แมคควีน

‘บล็อบ’ เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวสีเหลืองที่ถูกจัดให้อยู่ในตระกูล Myxomycete หรือตระกูล “ราเมือก”หรือ Slime Mold ชนิดหนึ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Physarum Polycephalum

‘บล็อบ’ มีชีวิตอยู่บนโลกนี้มาหลายล้านปีแล้ว มันมีพฤติกรรมของทั้งสัตว์และเชื้อราอยู่ในตัวเดียวกัน ไม่มีสมองหรือระบบประสาท แต่กลับมีความสามารถเรียนรู้ขั้นสูง สามารถจดจำและแก้ปัญหาได้

ช่วงคริสมาสต์ปี 2018 มีงานวิจัยในการทดลองให้เจ้า ‘บล็อบ’ แก้โจทย์ซับซ้อนนั่นคือ ปัญหาการเดินทางของพนักงานขาย [รายละเอียด] หรือ Ttraveling salesman problem หรือ TSP วึ่งเป็นโจทย์ที่เกิดขึ้นในช่วง คศ. 1800 โดยนักคณิตศาสตร์ชาวไอแลนด์ ชื่อ W.R.Hamilton และชาวอังกฤษชื่อ Thomas Kirkman ผลการทดลองปรากฏว่า เจ้า ‘บล็อบ’ สามารถแก้โจทย์ที่ซับซ้อนสำหรับมนุษย์นี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ [บทความอ้างอิง]

Physarum polycephalum on an oak log. Image credit: Mushroom Observer / CC BY-SA 3.0.

นอกจากนี้ บรูโน่ ดาวิด (Bruno David) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ‘บล็อบ’ ยังสามารถเรียนรู้ที่จะข้ามสิ่งกีดขวาง หรืออุปสรรคเพื่อไปหาแหล่งอาหาร และยิ่งผ่านการฝึกฝนมากเท่าไหร่ บล็อบก็ยิ่งแก้ปัญหาเร็วขึ้นเท่านั้น และ ‘บล็อบ’ ยังสามารถถ่ายทอดข้อมูลที่เรียนรู้มาให้กับบล็อบตัวอื่นได้ด้วย

ที่ประหลาดหนักขึ้นไปอีก ก็เพราะมีการค้นพบว่า ‘บล็อบ’ มีมากกว่า 700 เพศ ซึ่งเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้บล็อบสามารถสืบและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เมื่อหั่นบล็อบออกเป็นสองส่วน บล็อบใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้นที่จะรักษาเยียวยาตัวเอง จึงทำให้สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวชนิดนี้ สามารถอยู่ยงคงกระพันมาได้นานหลายปี

บล็อบสามารถคืบคลาน เคลื่อนที่ไปหาอาหารได้ด้วยความเร็ว 4 เซนติเมตรต่อชั่วโมง และมันชอบกินอาหารประเภทซีเรียลหรือธัญญาหาร มันสามารถย่อยอาหารได้โดยไม่มีปัญหา ถึงแม้ว่าจะไม่มีปากหรือท้องก็ตาม

บล็อบไม่ชอบแดด และยังไม่ถูกกับความแห้ง และเกลียดเกลือ มันอาศัยในพื้นที่มืดและชื้น เช่นในขอนไม้ที่เน่าเปื่อยผุพัง หรือตามซากใบไม้ที่ทับถมบนดินเป็นเวลานานในป่าดิบชื้น

ก็ดีที่มันไม่ร้ายเหมือน ‘บล็อบ’ ที่อยู่ในหนัง ไม่งั้นมนุษย์คงปวดหัวกับตัวประหลาดนี้อย่างแน่นอน

เครดิตภาพประกอบบทความจาก AFP

เรียบเรียงโดย @MrVop