“บีเทลจุส” ดาวมหายักษ์แดงแห่งกลุ่มดาวนายพราน ที่คนไทยรู้จักกันในชื่อกลุ่มดาวเต่า มีแสงมืดสลัวลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือว่านี่คือสัญญาณก่อนถึงกาลสุดท้ายของดาวที่ทำหน้าที่เป็นขาหน้าข้างซ้ายของเต่าดวงนี้

ทีมนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิลลาโนวาของสหรัฐฯ และสมาคมผู้สังเกตการณ์ดาวแปรแสงอเมริกัน (AAVSO) พบว่าดาว “บีเทลจุส” เกิดอาการมืดสลัวลงถึง 1.5 แมกนิจูดจากระดับความสว่างปกติ ซึ่งถือว่าเป็นการอ่อนแสงลงมากที่สุดตั้งแต่เราเข้าสู่ศตวรรษ 21 เลยทีเดียว แม้การอ่อนแสงลงอาจเป็นเรื่องปกติของดาวแปรแสง (Variable star) แต่สิ่งที่ “บีเทลจุส” กำลังเป็นอยู่เวลานี้อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา อัตราการมืดสลัวลงนั้นมากเกินไป

ดาวไถของเราวางอยู่บนหลังเต่า ซึ่งก็คือกลุ่มดาวเดียวกันกับกลุ่มดาวนายพรานหรือโอไรอันของฝรั่ง เครดิตภาพ The LESA
ดาวบีเทลจุส มุมบนซ้าย ดาวที่มืดสลัวลงและมีแนวโน้มจะระเบิด

ซาราฟินา แนนซ์ นักวิจัยระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ ให้ความเห็นถึงเรื่องนี้ว่า “การที่บีเทลจุสมืดมัวลง อาจเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าดาวดวงนี้ใกล้จะจุดการระเบิดในบั้นปลายชีวิตนั้นคือการเกิดมหานวดาราหรือซูเปอร์โนวา ทั้งนี้เพราะตามวงจรชีวิตของดาวฤกษ์ขนาดยักษ์ขณะเข้าวัยชรามันจะเริ่มสูญเสียมวลออกไปเป็นปริมาณมาก ก่อนที่จะมีการระเบิดเกิดขึ้น มวลที่สูญเสียนั้นจะถูกปลดปล่อยออกมาในรูปของฝุ่นหนา และกลุ่มฝุ่นที่ว่านี้น่าจะเป็นตัวการที่เข้าห่อหุ้มดาว “บีเทลจูส” เอาไว้ ทำให้มันมืดสลัวลง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่เป็นเพียงสมมุติฐาน เวลานี้เรายังไม่มีหลักฐานอื่น ๆ มาช่วยยืนยันได้ว่า บีเทลจุสกำลังอยู่ในขั้นตอนที่ใกล้จะเข้าสู่การระเบิดจริง ๆ”

ทางด้าน ศาสตราจารย์ เอ็ดเวิร์ด กุยนัน ผู้นำทีมวิจัยครั้งนี้กลับมีควมเห็นต่างออกไป เขาเห็นว่าการมืดสลัวลงอย่างมากของ “บีเทลจูส” เกิดจากวงรอบการแปรแสงของมันเกิดซ้ำกัน 2 วงรอบในเวลาเดียวกัน คือดาวมหายักษ์แดงดวงนี้ปกติจะหรี่แสงลงทุก  6 ปีหนึ่งครั้งเป็นวงรอบใหญ่ และทุก 425 วันเป็นวงรอบเล็ก ครั้งที่เรากำลังเผชิญกันอยู่นี้คือครั้งที่วงรอบทั้งสองมาทับซ้อนกันพอดีก็เลยมืดสลัวลงเกินปกติ

หาก “บีเทลจูส” ระเบิดเป้นซูเปอร์โนวา เราจะสามารถมองเห็นความสว่างของมันกลางวันแสกๆ

แต่หากวันใด “บีเทลจูส” เกิดระเบิดขึ้นมาจริงๆ ความสว่างที่เกิดขึ้นจะมากกว่าดาวศุกร์เป็น 100 เท่า นั่นคือเราสามารถมองเห็นซูเปอร์โนวาดวงนี้ได้อย่างชัดเจนแม้เป็นเวลากลางวันก็ตาม

การค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์เผลแพร่ใน The Astronomer’s Telegram

เรียบเรียงโดย @MrVop