ยานอวกาศคู่แฝด “BepiColombo” ออกเดินทางจากโลกสู่ดาวพุธแล้ว 08:45 เช้านี้ตามเวลาในประเทศไทย เริ่มต้นเส้นทางไกลลิบกว่า 9,000 ล้าน กม. นานกว่า 7 ปี กำหนดถึงดาวพุธ ธันวาคม ปี 2025

ดาวพุธโดยความจริงอยู่ห่างโลกออกไปเพียง 77 ล้าน กม.โดยเฉลี่ย  ใช้เวลาเดินทางไม่กี่เดือน แต่การที่ยาน “BepiColombo” ต้องเสียเวลาเดินทางนานหลายปีก็เพราะต้องเดินทางอ้อมเป็นวงกลมใหเเกิดเป็นวงโคจรรอบดวงอาทิตย์แล้วค่อยๆกระชับให้แคบเข้าๆจากวงโคจรโลก วงโคจรดาวศุกร์ ไปจนถึงวงโคจรดาวพุธ ซึ่งยานรุ่นพี่ทั้งหลายก็ทำแบบเดียวกันนี้

ที่ต้องทำแบบนี้เพราะการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางระบบสุริยะแตกต่างจากการเดินทางออกไปแบบยานอวกาศจำพวกนิวฮอไรซันส์ จูโน หรือ แคสสินี ฯลฯ ทั้งนี้สาเหตุหลักคือแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ หากคุณพุ่งตรงเข้าไปหาดาวพุธ คุณจะถูกดูดด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาลแล้วจะพุ่งเข้าไปจบชีวิตในบรรยากาศดวงอาทิตย์แบบเบรคไม่อยู่ ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีหมุนวนไปเรื่อยๆจนวงโคจรเสถียรแล้วค่อยๆเข้าไปหาดาวพุธแบบเนียนๆ

MTM (Mercury Transfer Module) ที่ทำหน้าที่เป็นท่อนขับดันของ “BepiColombo” ใช้พลังขับดันไออนแบบ T6 ion thruster  พัฒนาโดยบริษัท QinetiQ ซึ่งให้แรงขับน้อยมากราว 125 millinewtons ต่อ  1 เครื่อง (ทั้งหมด 2 เครื่อง) แต่นั่นเพียงพอแล้วเพราะแรงโน้มถ่วงจากดวงอาทิตย์และแรงเหวี่ยงจากการทำสลิงช็อทกับดาวเคราะห์วงในคือพลังหลักที่ใช้ในการเดินทางครั้งนี้

ความน่าสนใจของดาวพุธคือแกนดาวที่เป็นเหล็กขนาดมหึมาถึงร้อยละ 60 ของมวลดาว เลยดูเหมือนว่าในยุคเริ่มแรกดาวพุธมีขนาดใหญ่โตกว่านี้มาก แต่การขยับเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ทำให้สูญเสียเนื้อดาวไปเป็นส่วนใหญ่จนเหลือเท่าที่เห็นในทุกวันนี้ ทำให้มันดูแตกต่างจากดาวเคราะห์หินอีก 3 ดวงที่เหลือในระบบสุริยะคือโลก ดาวศุกร์และดาวอังคาร ถือเป็นโจทย์ที่นักวิทยาศาสตร์ต้องเข้าไปไขข้อสงสัยให้กระจ่างกับการลงทุนกว่า 3 พันล้านปอนด์ในการสำรวจครั้งนี้

แต่คงต้องรออีกนานจนเกือบลืมกว่าเราจะได้เห็น   “BepiColombo” กลับมาสู่ความสนใจบนหน้าสื่ออีกครั้ง …อีก 7 ปีข้างหน้า

เรียบเรียงโดย @MrVop