ขณะที่มีการระบาดใหญ่ของไวรัส SARS-CoV-2 ต้นเหตุโรค COVID-19 จนมีผู้ติดชื้อหลายล้านคนทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์หันกลับศึกษาหาคำตอบถึงต้นกำเนิดของไวรัสนี้ในสัตว์ประเภทค้างคาว ว่าเหตุใดจึงไม่เคยมีอาการเจ็บป่วยเลยแม้มีไวรัสในร่างกายพวกมัน

ทีมวิจัยจากหาวิทยาลัย Saskatchewan (USask) นำโดย Vikram Misra  ได้กลับไปศึกษาไวรัสโคโรนา MERS-CoV ต้นกำเนิดโรคเมอร์สที่เคยระบาดทั่วโลกก่อนหน้านี้ในปี 2012-2013 ซึ่งมีที่มาจากค้างคาวเช่นเดียวกัน พบว่าเมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายของมัน แทนที่ระบบภูมิคุ้มกันจะเข้ามากำจัดไวรัสแบบที่เกิดในร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ส่วนใหญ่ แต่ภูมิคุ้มกันแบบพิเศษของค้างคาวกลับไม่มีการโจมตีไวรัสโคโรนาแต่อย่างใด มันหลั่งสารบางชนิดที่ทำให้ไวรัสโคโรนามีอาการคล้ายๆจำศีล จากการศึกษาในปี 2017พบว่าไวรัสจะคงอยู่ในตัวค้างคาวได้นานถึง 4 เดือนโดยเซลล์ของค้างคาวไม่ถูกทำลายเลย

แต่หากเมื่อใดที่ค้างคาวพบความเครียดเช่นการถูกล่ามาขายในตลาด สมดุลย์ของภูมิค้มกันของมันจะเปลี่ยนแปลงไป ไวรัสโคโรนาในตัวของมันจะเริ่ม “ตื่น” ขึ้นมา จากนั้นก็จะเริ่มแบ่งตัวขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว

ทีมงานยังพบว่าไวรัสโคโรนาสามารถกระโดดจากสปีชีส์หนึ่งไปสู่สปีชีส์อื่นได้อย่างง่ายดาย อย่างเช่นใน MERS-CoV ก็มีการกระโดดจากค้างคาวไปสู่สัตว์ในตระกูลอูฐจนข้ามมาก่อโรคเมอร์สในมนุษย์ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 30% กับโรคโควิด-19 ก็เช่นเดียวกัน ทีมงานคาดว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในปี 2019 นั่นคือ SARS-CoV-2 ก็กระโดดข้ามจากค้างคาวมาสู่สัตว์ตัวกลางชนิดหนึ่ง (?ยังไม่ยืนยัน แต่มีแนวโน้มจะเป็นตัวนิ่ม) จากนั้นก็ข้ามมาระบาดในมนุษย์ โดยมาอัตราเสียชีวิตล่าสุดเวลานี้ที่ราว 7% และยังไม่หยุดการระบาด

การวิจัยนี้แม้ไม่อาจจะใช้ประโยชน์จากภูมิคุ้มกันพิเศษของค้างคาวได้ แต่ทีมงานก็ระบุว่าข้อมูลที่ได้จากการวิจัย มีความสำคัญสำหรับการทำนายการมาของไวรัสโคโรนาในค้างคาวตัวต่อไปที่จะทำให้เกิดการระบาดใหญ่ในอนาคต 

การวิจัยครั้งนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสาร Scientific Reports

ที่มา https://www.sciencedaily.com/releases/2020/05/200506133614.htm

เรียบเรียงโดย @MrVop