ทีมนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยวิตวอเทอร์สแรนด์ของแอฟริกาใต้ ค้นพบซากวัสดุซึ่งประกอบกันขึ้นเป็น “ผ้าปูเตียง/ที่นอน” เพื่อปูลาดลงบนพื้นหินในถ้ำที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุระหว่าง 183,000 – 227,000 ปีก่อน

จุดที่พบคือถ้ำบอร์เดอร์ (Border cave) บนเทือกเขา Lebombo ในจังหวัดควาซูลู-นาทัล (KwaZulu-Natal) ของประเทศแอฟริกาใต้

ที่นอนมนุษย์โบราณที่พบนี้ประกอบด้วยหญ้าจากพืชใบกว้างตระกูลPanicoideaeและมีชั้นขี้เถ้าปะปนอยู่ ซึ่งอาจเกิดจากไฟที่มนุษย์ยุคนั้นจุดเอาไว้ในถ้ำ หรืออาจเป็นการตั้งใจปูที่นอนไว้บนกองขี้เถ้าที่ดับไปแล้วเพื่อกำจัดเห็บและแมลงอื่นๆที่คอยรบกวน โดยด้านบนสุดของที่นอนเราพบซากของ Tarchonanthus ซึ่งเป็นไม้พุ่มในกลุ่มการบูร ซึ่งยังนิยมใช้ในการกำจัดแมลงในแถบชนบทของแอฟริกาตะวันออกจวบจนทุกวันนี้

ที่นอนโบราณเหล่านี้จะถูกทำขึ้นใช้งานแล้วก็ทิ้งร้างไป เป็นเวลาเนิ่นนานในถ้ำนี้ที่มีที่นอนอันใหม่กว่าปรากฏขึ้นแล้วหายไปเป็นช่วงๆตั้งแต่ยุคสองแสนปีที่แล้วมาจนไม่กี่พันปีก่อน โดยที่นอนที่ปรากฏในภาพประจำบทความนี้ มีอายุราว 43,000 ปี

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ลิน วาดลีย์ ผู้นำทีมกล่าวว่าทีมงานยังไม่แน่ใจว่า มนุษย์ถ้ำที่สร้างและใช้เตียงนี้เป็นมนุษย์ยุคใหม่ หรือว่าเป็นบรรพบุรุษมนุษย์เผ่าพันธุ์อื่นอย่างเช่นโฮโมนาเลดี (Homo naledi) กันแน่ แต่อายุของซากที่นอนโบราณนี้มีความเก่าแก่พอ ๆ กับกำเนิดของมนุษย์ยุคใหม่หรือโฮโมเซเปียนส์เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การค้นพบที่นอนโบราณที่สร้างขึ้นจากพืชเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้ในปี 2554 เคยมีการพบที่นอนทำจากพืชชนิดอื่นในซิบูดู (Sibudu cave) จังหวัดเดียวกัน ที่นอนนั้นมีอายุราว 77,000 ปี

ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่ามนุษย์เราย่อมรู้จักหาทางให้ตัวเองได้หลับพักผ่อนบนที่ๆมีความสบายตัวไม่นอนบนพื้นหินแข็งๆมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

 ทีมงานตีพิมพ์เผยแพร่การค้นพบครั้งนี้ใน https://science.sciencemag.org/content/369/6505/863.full

เรียบเรียงโดย @MrVop

เครดิตรูปภาพประกอบบทความ Wadley et al , doi: 10.1126 / science.abc7239