ช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวลือตามสื่อต่างๆว่า ดาวเคราะห์​น้อย​ Apophis มีเส้นทางที่เปลี่ยนไป อาจก่อปัญหา​กับโลกเราในอนาคต บทความนี้จะอธิบายเรื่องเหล่านี้​ให้ท่านเข้าใจ

“อาโปฟิส” หรือ 99942 Apophis เป็นชื่อของดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่มีความกว้างราว 370 เมตร ตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งความชั่วร้ายของอียิปต์โบราณ มีรูปร่างเป็นงู ผู้ซึ่งพยายามท้าทายอำนาจเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์หรือเทพรา

เคราะห์น้อย Apophis มีเส้นทางโคจรรอบดวงอาทิตย์แบบ “อาเต็น” Aten คือส่วนมากใกล้ดวงอาทิตย์​กว่าโลกและมีจุดตัดวงโคจรของโลกสองจุด (ที่ 3 ตามภาพบน)​ จึงถือเป็นดาวเคราะห์​น้อยอันตราย พอๆกับพวกที่มีวงโคจรแบบ อพอลโล Apollo (ที่ 2 ตามภาพบน)​ ที่ส่วนมากจะอยู่​ห่าง​ดวงอาทิตย์​กว่าโลกและมีจุดตัดวงโคจรของโลกสองจุด แต่หากเป็นพวก Amor หรือ Atira ก็จะอันตรายน้อยกว่า เนื่องจากไม่มีจุดตัดกับวงโคจร​โลกเลย

ข่าวล่าสุดที่กลายเป็นกระแส คือ นักดาราศาสตร์​จากมหาวิทยาลัย​ฮาวาย David Tholen ตีพิมพ์​รายงานการค้นพบว่า ตรวจเจอผล​ Yarkovsky effect กับดาวเคราะห์​น้อย Apophis ทำให้มันมีความเร็วเพิ่มขึ้น

แล้ว Yarkovsky effect นี่มันคืออะไร

Yarkovsky Effect คือผลของโฟตอนจากดวงอาทิตย์ที่เข้าไปหนุนหรือหักล้างวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย ในกรณีที่ดาวเคราะห์น้อยหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดียวกับวงโคจรของมันรอบดวงอาทิตย์ กระแสโฟตอนจะส่งผลให้ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นและเอียงออกจากดวงอาทิตย์ แต่หากดาวเคราะห์น้อยหมุนรอบตัวเองในทิศทางตรงข้ามกับวงโคจรของมันรอบดวงอาทิตย์ กระแสโฟตอนจะส่งผลให้ความเร็วของมันลดลงและเอียงเข้าหาจากดวงอาทิตย์

สำหรับ​ดาวเคราะห์น้อยในตระกูล Aten การมีความเร็ว​เพิ่มจึงถือว่าไม่ดีเพราะวงโคจรจะเอียงออกจากดวงอาทิตย์​ ทำให้เพิ่มโอกาสการเข้าชนโลกมากขึ้น​

โอกาสชนมีแค่ไหน

David Tholen พบว่าเส้นทางของ Apophis เบี่ยงไปจากเดิม 170 เมตรต่อปี ตัวเลขนี้จะไปอัพเดทตารางเตือนภ้ยตามรูปบน

ตารางเตือนภัย​ดาวเคราะห์​น้อย​ เป็นผลงานของ​หน่วยงาน JPL จาก NASA ในนั้นจะมีรายชื่อดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกเรียงลำดับตามค่า Palermo จากมากไปน้อย

ท่านสามารถ​เข้าไปดูตารางเตือนภัย​ดาวเคราะห์​น้อย​ได้ตลอดเวลาที่ http://neo.jpl.nasa.gov/risk/#legend

ในตารางนั้นจะมีช่อง​ที่น่าสนใจอยู่หลายช่อง ให้ท่านดูที่ช่อง Palermo ช่องนี้จะแสดงค่าที่คำนวนมาจากตัวแปรที่หลากหลาย​ หากน้อยกว่า -2 ก็แปลว่าแทบไม่มีโอกาสเข้าปะทะเลย ค่าระหว่าง -2 ถึง 0 แปลว่าเป็นดาวเคราะห์น้อยที่น่าห่วงต้องจับตาดูไปตลอด แต่มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไปในภายหลัง ถ้ามากกว่า 0 คือโอกาสปะทะสูง และจะสูงไปตามตัวเลขที่เป็นบวก

ช่องที่ดูง่ายกว่าคือ Impact probability ความน่าจะเป็น​ในการเข้าชน

จากตารางที่อัพเดทล่าสุด พบว่าดาวเคราะห์​น้อย​ Apophis​ อยู่​ในอันดับ 3 มันมีค่า Palermo น้อยกว่า -2 และมีค่าความน่าจะเป็น​ในการเข้าชนที่ 8.9e-6 หรือ 0.00089% ซึ่งน้อยมาก

คำนวนส่วนกลับได้ 99.99911% ที่จะไม่ชน หรือโอกาสชนมีอยู่ที่ 1 ใน 110,000

แล้วถ้าหากชนล่ะ

ขนาด 370 เมตรของ Apophis​ หากตกถึงพื้นโลกจะก่อรัศมีทำลายหลายร้อยกิโลเมตร​ เรียกว่าลบบางประเทศให้หายออกจากแผนที่ได้เลย หากลงทะเละเกิดสึนามิขนาดภูเขา ผลที่ตามมาจะเลวร้ายเดินจินตนาการ

เราจะรู้เมื่อไรว่าชนแน่

มีกฏเกณท์หนึ่งในการเฝ้าระวังการเข้าปะทะโลกของดาวเคราะห์น้อยชนิดที่โคจรผ่านซ้ำหลายรอบ นั่นคือให้ดูกว่า หากมีรอบใดที่ดาวเคราะห์น้อยดวงนั้นโคจรผ่าน “รูกุญแจ” หรือจุดสมมุติที่มีขนาดกว้างยาว 2 เมตรในอวกาศ ณ ตำแหน่งที่คำนวนไว้ในอวกาศรอบโลก แสดงว่ารอบต่อไปรอบใดรอบหนึ่งจะเข้าปะทะโลกแน่นอน

ในเดือนเมษายน​ 2029 ดาวเคราะห์​น้อย​ Apophis​ จะโคจรเข้ามาใกลโลกที่จุดสมมุติ​หรือรูกุญแจ​ที่ว่านี้ หากมันไม่ผ่านรูกุญแจ​ ก็เบาใจได้ว่าปลอดภัย แต่หากโชคร้ายมันรอดรูกุญแจ​ เราก็มีเวลาอีก 39 ปี นับจากนั้น กว่าจะถึงปี 2068 ซึ่งจะเป็นปีที่ดาวเคราะห์​น้อยเข้าชน เพื่อวางแผนรับมือ

แผนรับมือคืออะไร

NASA และองค์การ​อวกาศ​ประเทศ​ต่างๆทั่วโลกได้วางแผนการเพื่อหาทาง “เบี่ยงเบน” เส้นทาง​ดาวเคราะห์​น้อยมาหลายปีแล้ว ระหว่างนี้ก็มีบางโครงการเช่น AIDA ได้เริ่มเดินหน้าในการทดลองส่งยานพุ่งชนดาวเคราะห์​น้อย​ดวงเล็กๆเพื่อศึกษา​วิถีการเบี่ยงเบนและพลังงานที่ต้องใช้ และหากวิธีที่ว่านี้ไม่ได้ผล ทางสุดท้ายก็คือการอพยพ เพียงแต่การอพยพ​ผู้คนมหาศาลในหลักหลายสิบล้านอาจไม่ง่าย ก็เท่านั้นเอง​

****อธิบาย​ภาพ 3 สีด้านบนสุด ภาพถ่ายดาวเคราะห์​น้อย​ Apophis วันที่ 5-6 มกราคม​ 2013 จากหอดูดาว Herschel ในยุโรป​ โดยใช้ความยาวคลื่น​ 3 ช่วงคือ 70, 100 และ 160 ไมครอน .(Image: © ESA/Herschel/PACS/MACH-11/MPE/B.Altieri (ESAC) and C. Kiss (Konkoly Observatory))

เรียบเรียง​โดย​ @MrVop