ยุคอีดีแอคารันเมื่อ 550 ล้านปีที่แล้ว ปวงสัตว์ทั้งหลายในโลกล้วนแล้วแต่อาศัยในทะเล และส่วนใหญ่จะเคลื่อนที่ไปมาด้วยตัวเองไม่ได้ นั่นคือมักจะเกิดแล้วงอกติดตรึงอยู่กับพื้นทะเล หรือบางพวกที่เคลื่อนที่ได้ก็โดยอาศัยกระแสน้ำในการพัดพาไป

แต่ก็มีสัตว์บางชนิดที่มีลักษณะคล้ายกิ้งกือหรือคล้ายหนอนมีเปลือกแข็งที่สามารถเคลื่อนที่ไปได้ด้วยเจตนาของมันเอง นั่นคือ “ยีลิงเจีย สไปซิฟอร์มิส” Yilingia spiciformis ที่ล่าสุดมีการขุดค้นพบฟอสซิลเก่าแก่ในแถบแม่น้ำแยงซีเกียงของประเทศจีน ถือเป็นหลักฐานสำคัญครั้งแรกของโลกที่ยืนยันว่าสัตว์เริ่มมีวิวัฒนาการในการเคลื่อนที่ด้วยตัวเอง

สัตว์โลกในยุคอีดีแอคารัน ส่วนใหญ่จะงอกติดกับพื้นทะเล เคลื่อนที่ไม่ได้

การค้นพบครั้งนี้เป็นผลงานของ  Shuhai Xiao ศาสตราจารย์ภาควิชาธรณีศาสตร์มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค ที่ได้ขุดพบซากฟอสซิลที่เป็นโคลนใต้ทะเลในยุคอีดีแอคารันจำนวน 35 ชิ้น ที่มีอายุอยู่ในช่วง  551 ถึง 539 ล้านปีในแหล่งขุดค้นยี่หลิงทางภาคใต้ของจีน

Yilingia spiciformis

จากหลักฐานพบว่าสัตว์ที่ดูคล้ายหนอนหรือกิ้งกือนี้ ได้ทิ้งร่องรอยเป็นทางยาวไว้บนดินโคลนที่อ่อนนุ่มใต้ทะเลก่อนมันจะเสียชีวิต โดยมีทิศทางการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างชัดเจน และมีการหยุดนิ่งระยะหนึ่ง ก่อนเคลื่อนที่ไปอีกเล็กน้อยแล้วหยุดสนิทจบชีวิตของมันไปกลายเป็นฟอสซิล

Yilingia spiciformis มีขนาดยาวราว 11 นิ้วกว้างราว 1 นิ้ว ร่างกายที่ยาวเหมือนหนอนหรือกิ้งกือของมันประกอบด้วยปล้องจำนวนราว 50 ปล้อง มีการแบ่งส่วนของร่างกายตามแนวกว้างออกเป็น 3 ส่วนคือส่วนกลางและส่วนของขาทั้ง 2 ข้าง และเป็น ” ไบแลเทอเรียน ” หรือสัตว์ที่มีร่างกายสมมาตรทั้ง 2 ด้านรุ่นแรกๆของโลก สัตว์นี้เกิดมาก่อนตัวไทรโลไบต์ที่เรารู้จักกันดีในยุคต่อมาคือยุคแคมเบรียนที่มีส่วนร่างกาย 3 ส่วนแยกให้เห็นชัดเจนกว่านี้

ผลการค้นพบตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร nature.com [กดอ่าน]

เรียบเรียงโดย @MrVop