ผลการศึกษาล่าสุดของทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ นำโดย ดร. แจเน็ต สปรินทอลล์ นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันสคริปส์เพื่อการศึกษาสมุทรศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตซานดิเอโก (UCSD) พบว่ากระแสน้ำที่หมุนวนในมหาสมุทรทั่วโลกกำลังเคลื่อนตัวด้วยอัตราที่เร่งเร็วขึ้นกว่าเมื่อสองทศวรรษก่อน โดยปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นให้เห็นอย่างเด่นชัดในบริเวณเขตร้อน รวมทั้งใต้ท้องทะเลที่มีความลึกถึงระดับ 2,000 เมตร  (สีส้มในภาพประกอบบทความคือไหลเร็วขึ้น สีฟ้าคือช้าลง)

ทีมวิจัยอธิบายว่า ปกติกระแสน้ำในมหาสมุทรจะไหลเร็วขึ้นได้บ้างเล็กน้อย ตามอิทธิพลของกระแสลมที่พัดเร็วและรุนแรงขึ้นอยู่แล้ว แต่ที่เราพบล่าสุดนี้ ความเร่งของกระแสน้ำที่วัดได้กลับเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่เคยคาดไว้หลายเท่า เราคิดว่าน่าจะเป็นผลกมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

ตามผลการศึกษาพบว่า พลังงานจลน์ของมหาสมุทรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติตั้งแต่ต้นปี 1990 โดยคำนวณการเร่งความเร็วออกมาได้ถึง 36% ของความเร็วเฉลี่ยในการไหลเวียนของมหาสมุทรตามปกติ แนวโน้มดังกล่าวจะสังเกตได้ชัดเจนในมหาสมุทรเขตร้อนทั่วโลกซึ่งมีความลึกหลายพันเมตร การเร่งความเร็วของการไหลเวียนของมหาสมุทรนั้นเป็นผลมาจากแรงลมของดาวเคราะห์ที่เพิ่มมากขึ้น โดยนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา กระแสลมที่มีความเร็วเพิ่มขึ้นได้ถ่ายทอดพลังงานจลน์ให้กับส่วนบนของมหาสมุทรเพิ่มสูงขึ้นมาโดยตลอด ส่งผลให้กระแสน้ำในมหาสมุทรไหลเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมราว 5% ในทุก 10 ปี (จากอัตราเฉลี่ย 1.9% ในทุก 10 ปี)

ตามผลวิจัยที่ลงตีพิมพ์นั้นบ่งบอกว่ามีหลักฐานบ่งชี้ไปถึงเรื่องของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องเนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ก่อให้เกิดความไม่สมดุลของพลังงานโลกและภาวะโลกร้อนของมหาสมุทรอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าการไหลเวียนของมหาสมุทรขนาดใหญ่จะเป็นอย่างไรภายใต้ภูมิหลังของภาวะโลกร้อน

อย่างไรก็ตาม ความเร่งกระแสน้ำในมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้นนั้นก็ไม่ได้เป็นไปในทุกกระแส อย่างกระแสน้ำอุ่นคุโระชิโอะ (Kuroshio Current) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกก็ไม่ได้ไหลด้วยความเร่งต่างจากเดิม

ทีมวิจัยอธิบายว่า กระแสน้ำเหล่านี้เป็นกลไกนำพาความร้อนเคลื่อนที่ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ความเปลี่ยนแปลงด้านความเร็ว อาจส่งผลต่อระบบนิเวศใต้ทะเล รวมทั้งอุณหภูมิและลักษณะอากาศประจำถิ่นได้ อีกทั้งความร้อนจากน้ำตื้นอาจค่อยๆแผ่ขยายลงสู่ระดับน้ำที่ลึกกว่า ก่อความเลี่ยนแปลงที่ยากจะคาดเดา ซึ่งทีมวิจัยยังคงต้องทำงานต่อเนื่องเพื่อให้ทราบที่มาและผลของสิ่งที่ค้นพบนี้ต่อไป

ที่มา https://ucsdnews.ucsd.edu/pressrelease/study-shows-acceleration-of-global-mean-ocean-circulation-since-1990s

เรียบเรียงโดย @MrVop