ดาวฤกษ์นั้นมีหลากหลายชนิด มีวิธีแบ่งแยกมากมายหลายแบบ หนึ่งในวิธีเหล่านั้นคือการแบ่งดาวฤกษ์ออกเป็นประเภทที่มีหรือไม่มีดาวเคราะห์​เป็นบริวาร

และหากดูเฉพาะดาวฤกษ์ที่มีดาวเคราะห์เป็นบริวารหรือที่เรียกว่าระบบดาว เรายังสามารถแบ่งดาวเคราะห์ในระบบเหล่านั้น ซึ่งมีชื่อเรียกว่า exoplanet​ ออกได้เป็นชนิดที่มีหรือไม่มีศักยภาพเกื้อหนุนต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต

หลักในการตัดสินก็คือ ดาวเคราะห์​ที่เหมาะสมในการอยู่อาศัย​ไปจนถึงก่อเกิดวิวัฒนาการ​ของสิ่งมีชีวิต​นั้นต้องเป็นดาวเคราะห์​หิน และโคจรรอบดาวฤกษ์​ในโซนอบอุ่น โกลดิล็อกซ์โซน (Goldilocks Zone) ​คือไม่โคจรใกล้ดาวฤกษ์​จนร้อนเกินไป และไม่โคจรในระยะห่างไกลเกินไปจนหนาวยะเยือก​

ล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์จากหลายสถาบันวิจัยในสหรัฐฯ นำโดย ดร. สตีฟ บรายซัน นักดาราศาสตร์ประจำศูนย์วิจัยเอมส์ขององค์การนาซา (ARC) พบวิธีใหม่ในการแยกแยะดาวเคราะห์ที่มีสภาพเหมาะสมต่อการอยู่อาศัย​ของ​สิ่ง​มีชีวิต จากการนำข้อมูลการค้นหาตลอดระยะเวลา 4 ปีของภารกิจเคปเลอร์ ตั้งแต่​เดือน พ.ค. 2009 ถึงเดือน พ.ค. 2013 มาวิเคราะห์ใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ล่าสุดเข้ามาช่วยแยกแยะคุณ​สมบัติ​ดาวเคราะห์​เหล่านั้น

ทีมงานพบว่ามีดาวเคราะห์​อยู่อย่างน้อยถึง 300 ล้านดวงในกาแล็กซีทางช้างเผือก ที่มีลักษณะ​เหมาะสมต่อการอยู่รอดไปจนถึงการวิวัฒนาการ​เผ่าพันธุ์​

ทีมงานได้ข้อสรุป​ที่ว่านี้​จากการปรับค่าการวิเคราะห์แสงดาวฤกษ์ให้โปรแกรมค้นหามองในขอบข่ายที่กว้างมากขึ้น รวมทั้งเปลี่ยนวิธีประเมินว่าดาวเคราะห์ดวงใดอยู่ในเขตอบอุ่นหรืออยู่ในโกลดิล็อกซ์โซน (Goldilocks Zone) โดยใช้รัศมีของดาวเคราะห์และจำนวนอนุภาคของแสง (โฟตอน) ที่ตกกระทบหนึ่งหน่วยพื้นที่ต่อวินาทีเป็นเกณฑ์​ นอกจากนี้​ยังตีกรอบให้ค้นหาเฉพาะ​ดาวเคราะห์ที่มีมวลระหว่าง 0.5 – 1.5 เท่าของโลก และต้องเป็นบริวาร​ของดาวฤกษ์ที่มีอุณหภูมิระหว่าง 4,530 – 6,025 องศาเซลเซียสเท่านั้น​

แน่นอนว่าดาวเคราะห์​จำนวน​มาก​ที่พบด้วยวิธีการ​นี้แม้จะเหมาะสมต่อการอยู่รอด​ของสิ่งมีชีวิต​เพียงใด มนุษย์​โลกก็คงหมดหวังในการเดินทางไปเยือน​อยู่ดี จากอุปสรรค​สำคัญ​หนึ่งเดียวนั่นคือระยะทาง ที่แม้จะเป็นดาวเคราะห์​ดวงที่ใกล้ที่สุดก็ยังต้องใช้เวลาในการส่งยานอวกาศ​เดินทางไปหลายหมื่นปี

อ้างอิงและเครดิตภาพ https://www.nasa.gov/feature/ames/kepler-occurrence-rate

เรียบเรียงโดย @MrVop