เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์​สามารถ​วัดอัตรา​การ​เต้น​ของ​หัวใจ​สัตว์ที่มีขนาดร่างกายใหญ่ที่สุด​ใน​โลก​นั่นคือ​ “วาฬสีน้ำเงิน” ที่ยังมีชีวิต​อยู่​ตามธรรมชาติ​ได้สำเร็จ และพบว่าสัตว์​ยักษ์​นี้จะปรับจำนวนการเต้นของหัวใจ​ตัวเองตามความลึกของน้ำ

วาฬน้ำเงิน ถือเป็นสัตว์ที่มีขนาดร่างกายใหญ่ที่สุดในโลกในทุกยุคสมัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มันมีขนาดความยาวเกือบ 30 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 150,000 กิโลกรัม ใหญ่กว่าไดโนเสาร์ทุกชนิด หนักพอกับช้างแอฟริกันหลายสิบตัวรวมกัน และมันยังมีขนาดของหัวใจที่ใหญ่กว่าสัตว์อื่นใดในโลกอีกด้วย หลอดเลือดหัวใจวาฬน้ำเงินมีขนาดใหญ่จนมนุษย์ผู้ใหญ่สามารถมุดเข้าออกได้อย่างสบาย

วาฬน้ำเงินเป็นสัตว์ที่มีขนาดร่างกายใหญ่ที่สุดในทุกยุคสมัยแม้เทียบกับเหล่าไดโนเสาร์ในอดีต

การทำงานของหัวใจวาฬน้ำเงินเป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์มาช้านานตรงที่หัวใจขนาดใหญ่ดวงนี้สามารถส่งเลือดจำนวนมหาศาลไปหล่อเลี้ยงร่างกายอันใหญ่โตของมันทั้งที่มีแรงกดดันของน้ำคอยบังคับอยู่ ล่าสุดนักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดของสหรัฐฯ นำโดย ดร. เจเรมี โกลด์บอเกน ได้ทดลองติดอุปกรณ์พิเศษที่ประกอบด้วยเครื่องตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และระบบส่งสัญญาณทางไกลตรงบริเวณใกล้ครีบของวาฬสีน้ำเงินตัวหนึ่งขณะที่มันโผล่ขึ้นหายใจเหนือผิวน้ำในอ่าวมอนเทอเรย์ของรัฐแคลิฟอร์เนียด้วยถ้วยดูดสุญญากาศ จากนั้นก็เฝ้าดูอัตราการเต้นของหัวใจวาฬตัวนี้โดยปล่อยให้มันแหวกว่ายหาอาหารอย่างอิสระตามธรรมชาตินานถึง 9 ชั่วโมง

หัวใจวาฬน้ำเงินจะเต้นช้าลงเหลือเพียง 2 ครั้งต่อนาทีเมื่อดำน้ำลึก

พบว่าวาฬสีน้ำเงินจะดำลงไปในน้ำนานราว 16.5 นาทีต่อครั้ง โดยสามารถดำดิ่งถึงระดับความลึกสูงสุด 184 เมตร ก่อนจะกลับขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำเป็นเวลา 1-4 นาที อัตราการเต้นของหัวใจวาฬจะอยู่ในระดับต่ำสุดขณะดำน้ำลึก นั่นคือลดต่ำลงจนเหลือ 2 bpm (ครั้งต่อนาที) แต่จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อกลับขึ้นสู่น้ำตื้น โดยจะมีอัตราการเต้นสูงสุดราว 37 bpm (ครั้งต่อนาที) เมื่อขึ้นถึงผิวน้ำด้านบน

อัตราการเต้นของหัวใจวาฬที่เปลี่ยนไปมาได้เอง เป็นกลไกที่มีความยืดหยุ่นอย่างน่าอัศจรรย์ในการควบคุมการเต้นของหัวใจและการไหลเวียนเลือดตามธรรมชาติของสัตว์ยักษ์ชนิดนี้ การที่วาฬสีน้ำเงินลดอัตราการเต้นของหัวใจลงเหลือ 2 bpm ขณะดำน้ำลึก ทีมนักวิจัยเชื่อว่าจะช่วยให้ร่างกายของวาฬสามารถจ่ายเลือดที่เต็มไปด้วยออกซิเจนจากหัวใจไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกายภายใต้แรงกดดันของน้ำลึกได้ดีกว่าหัวใจที่เต้นเร็ว

ทีมวิจัยตีพิมพ์ผลงานการศึกษาครั้งนี้ลงในวารสาร National Academy of Sciences ฉบับวันจันทร์ที่ผ่านมา

เรียบเรียงโดย @MrVop