การศึกษาล่าสุดของทีมนักวิทยาศาสตร์จากออสเตรเลียจากกลุ่มตัวอย่าง 217 ราย ซึ่งประกอบด้วยลูกเรือและผู้โดยสารบนเรือสำราญลำหนึ่ง (ไม่เปิดเผยชื่อเรือ) พบว่าเมื่อตรวจหาเชื้อด้วยวิธี reverse transcription-PCR ได้ผลตรวจเป็นบวกจำนวน 128 ราย ในจำนี้มีเพียง 24 ราย หรือ 19% เท่านั้น ที่แสดงอาการป่วยออกมาให้เห็น

เรือสำราญลำนี้ออกจากเมืองอูชัวเอ ประเทศอาร์เจนตินา ตามแผนการล่องเรือท่องเที่ยวสู่ทวีปแอนตาร์กติก เป็นเวลา 21 วันโดยใช้เส้นทางที่คล้ายกับเส้นทางของเออร์เนสต์ แช็คเคิลตัน นักสำรวจ เคยเดินทางในสมัยปี 1915 ถึง 1917

การเดินทางเริ่มขึ้นช่วงกลางเดือนมีนาคมหลังจากองค์การอนามัยโลกประกาศให้ COVID-19 เป็นโรคระบาดใหญ่

ทีมวิจัยนำโดย ดร. อัลวินอิง จากมหาวิทยาลัยแมคควอรี ดร. คริสติน ค็อคจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยซันไชน์โคสต์ และดร. เจฟฟรีย์ ปีเตอร์กรีน จากวิทยาลัยแพทย์ทั่วไปแห่งออสเตรเลีย ได้ติดตามเหตุการณ์ในเรือสำราญลำนี้ หลังทราบข่าวการระบาดของโคโรนาไวรัส ทางเจ้าหน้าที่ประจำเรือก็เริ่มมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด แต่เรือได้แวะรับผู้โดยสารจากบางท่าเรือของประเทศที่มีการระบาดมาแล้ว และตรวจพบผู้โดยสารมีไข้สูงรายแรกในวันที่ 8 ของการเดินทาง

น้ำยาล้างมือมีวางเอาไว้ในเรือหลายจุด และมีการตรวจอุณหภูมิทุกคนที่จะลงเรือ ต่อมาเมื่อประเทศตามรายทางปฏิเสธไม่ให้เรือจอด จึงมุ่งตรงไปที่ปลายทางใหม่คืออุรุกวัย โดยไม่มีการเข้าออกของผู้โดยสารอีกเป็นเวลา 28 วัน

เมื่อมีการตรวจสารคัดหลั่งในโพรงจมูกของผู้โดยและลูกเรือทั้งหมด 217 คน พบเชื้อโคโรนาไวรัสจำนวน 128 รายหรือ 59% และ 108 รายหรือ 81% ในจำนวนนี้ ไม่แสดงอาการป่วยใดๆให้เห็นเลย

ผลการศึกษานี้ ตีพิมพ์เผยแพร่ลงใน https://thorax.bmj.com/content/early/2020/05/27/thoraxjnl-2020-215091

เรียบเรียงโดย @MrVop