เมื่อราว 5,700 ปีที่แล้ว หญิงสาวนางหนึ่งกินอาหารอยู่ในบริเวณริมน้ำในพื้นที่ที่ทุกวันนี้คือ เมือง Syltholm บนเกาะ Lolland ทางตอนใต้ของเดนมาร์ก ระหว่างนั้นเธอได้เคี้ยว “หมากฝรั่ง” ที่ทำจากน้ำมันดินที่ได้จากต้นเบิร์ช (Birch pitch) และ DNA ของเธอติดอยู่ในชิ้นหมากฝรั่งโบราณนี้

ล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนของเดนมาร์กสามารถถอดรหัสจีโนมของเธอได้สำเร็จ ข้อมูลพันธุกรรมที่ได้บ่งบอกโครงสร้างใบหน้า ผิวพรรณ สีตา และสีผม ซึ่งทีมงานได้นำมาสร้างเป็นภาพวาดใบหน้าหญิงสาวนางนี้ขึ้นมาและตั้งชื่อให้เธอว่า “ลอลา” ตามชื่อของเกาะ ลอแลนด์ ที่เป็นที่ค้นพบ DNA ใน “หมากฝรั่งโบราณ” ที่ถูกทิ้งเอาไว้

Lola

“ลอลา” นั้นเป็นหญิงสาวที่มีผิวคล้ำ ผมของเธอเป็นสีน้ำตาลเข้ม และมีดวงตาสีฟ้า เชื้อสายของเธอนั้นใกล้เคียงกับกลุ่มคนโบราณที่ล่าสัตว์และเก็บของป่าเลี้ยงชีวิตบนแผ่นดินใหญ่ของยุโรปช่วงหลังยุคน้ำแข็ง สถานที่ๆพบ “หมากฝรั่งโบราณ” นั้นอยู่ริมน้ำ ขณะนั้นเธออาจกำลังกินเม็ดเฮเซลนัทและอาจมีเป็ด มัลลาร์ด (Mallard duck) หรือเป็ดหัวเขียว อยู่ในมื้ออาหารหรืออาจเป็นเป็ดที่เพิ่งถูกล่ามาก็ได้

นอกจากนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังพบร่องรอยดีเอ็นเอของเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัสายพันธุ์ที่ไม่มีอันตราย และเชื้อนิวโมคอคคัส (Pneumococcus) ที่เป็นต้นเหตุโรคปอดอักเสบ และยังพบด้วยว่า “ลอลา” นั้นแพ้แลคโตส ซึ่งทำให้เธอมีปัญากับการดื่มนม ซึ่งเป็นธรรมดาของผู้คนในยุคนั้น

ผลงานครั้งนี้ถือเป็นเป็นครั้งแรกของโลกที่สามารถสกัดเอา DNA ของมนุษย์โบราณและถอดรหัสพันธุกรรมได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ต้องใช้สารพันธุกรรมที่มาจากชิ้นส่วนกระดูก

ที่มาและเครดิตภาพ https://blogs.plos.org/dnascience/2019/12/19/5700-year-old-lola-her-genome-sequenced-from-gum-joins-other-named-forebears/

เรียบเรียงโดย @MrVop