ในปี 2564 ยานสํารวจทางธรณีวิทยา InSight​ ของ NASA​ ตรวจพบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่​กว่า 4.1 บนดาวอังคาร​จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งล่าสุดทีมนักแผ่นดินไหววิทยาจาก มหาวิทยาลัย Bristol นำโดย​ Anna Horleston ​ ได้เข้ามาวิเคราะห์เฟสของคลื่นและพบว่าแผ่นดินไหวทั้ง 2 ครั้งเกิดที่ด้านไกลของดาวอังคาร ตรงกันข้ามกับตำแหน่งที่ยานอินไซต์จอดอยู่

บนโลกเรานั้น นักแผ่นดินไหววิทยาจะทราบพิกัดเหนือ​ศูนย์กลางแผ่นดินไหว​หรือ epicenter ได้จากวิธี triangulation​ นั่นคือ ต้องมีสถานีวัดคลื่นแผ่นดินไหวอย่างน้อย 3 สถานี เมื่อทุกสถานีตรวจวัดคลื่นแผ่นดินไหวได้ ก็จะใช้ค่าความเร็วคลื่นกับเวลา เพื่อคำนวณหาระยะทาง และนำระยะทางมาขีดเป็นเส้นรัศมี จุดที่เส้นรัศมีจากทั้ง 3 วงกลมตัดกัน ก็คือจุด epicenter​หรือจุดเหนือจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวนั้นเอง

แต่สำหรับบนดาวอังคารนั้น NASA​ ส่งยานสำรวจทางธรณีวิทยาขึ้นไปเพียงลำเดียว ทำให้มีเครื่องมือ Seismic Experiment for Interior Structure (SEIS) เพียงตัวเดียว ดังนั้นแม้ว่าจะวัดคลื่นแผ่นดินไหวได้ ก็เป็นการยากที่จะคำนวณได้ว่าขึ้นแผ่นดินไหวนี้เกิดที่ตำแหน่งใกล้หรือไกลเพียงใด ยากกว่านั้นคือการคำนวณหาพิกัดของ epicenter​ ให้แน่ชัดลงไปนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีเสียเลย วิธีที่เป็นไปได้คือการวิเคราะห์เฟสของคลื่นแผ่นดินไหว โดยนักแผ่นดินไหววิทยา ชนิดของเฟสจะบอกเราว่า แผ่นดินไหวนั้นนั้นเกิดที่ระยะทางไกลแค่ไหนจากสถานีวัด

** นักแผ่นดินไหววิทยาจะวัดระยะทางเป็นองศา ไม่ใช่กิโลเมตร สำหรับบนโลกเรา 1 องศาเท่ากับประมาณ 111 กิโลเมตร (40075÷360) และบนดาวอังคาร 1 องศาเท่ากับประมาณ 59 กิโลเมตร (21344÷360)

ตลอด 3 ปีนับตั้งแต่ยานอินไซต์ (InSight) ลงจอด จนถึงเดือนตุลาคม 2564 อุปกรณ์ของยางสามารถตรวจพบแผ่นดินไหวบนดาวอังคารรวมทั้งสิ้น 951 ครั้ง ทุกครั้งวัดคลื่นแผ่นดินไหวได้เป็นทั้งคลื่น ZP และคลื่น S และมีระยะห่างจากยาน InSight​ ไม่เกิน 100°

ในจำนวนนี้ เป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่สุดเพียง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกตรวจวัดได้เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2564 ตั้งชื่อว่าเหตุการณ์​ S0976a วัดขนาดได้ 4.2 วัดระยะทางได้ 146° ± 7° แต่เฟสของคลื่นแผ่นดินไหวที่ตรวจพบ ทางทีมงานวิเคราะห์​แล้วพบว่าไม่ใช่เฟส P หรือ S แต่เป็นเฟส PP และ SS ​ การที่วัดเฟส P และ S แบบตรงๆไม่ได้ ก็ย่อมหมายถึงเราพบ Shadow zone ของดาวอังคาร​เข้าให้แล้ว

(Shadow zone คือบริเวณที่คลื่นแผ่นดินไหวชนิด body นั่นคือคลื่นเฟส P และ S ไม่สามารถเคลื่อนผ่านแกนกลางดาวได้ สำหรับโลกเรานั้น Shadow zone ของเฟส P เริ่มที่ 104° จบที่ 140° ส่วน Shadow zone ของเฟส ​S เริ่มที่ 104° เป็น​ต้นไป)

ครั้งที่ 2 ตรวจวัดได้เมื่อวันที่ 21 กันยายน​ 2564 ตั้งชื่อว่าเหตุการณ์​ S0976a วัดขนาดได้ 4.1 วัดระยะห่างได้ในช่วง 107° ถึง 147° ตั้งชื่อว่าเหตุการณ์​ S1000a​ ทางทีมงานตรวจไม่พบคลื่นแผ่นดินไหว​เฟส P และ S เช่นเดียวกัน และในครั้งนี้นอกจากพบเฟส PP เฟส SS แล้ว ทีมงานยังพบเฟส Pdiff ซึ่งเป็นคลื่น P ที่ถูกหักเหจาก core–mantle boundary (CMB) ตรงแก่นดาวอังคาร​ด้วย

ท้้ง 2 เหตุการณ์​ทำให้เราทราบว่าโครงสร้างภายในดาวอังคาร​มีความคล้ายคลึง​กับโลกเราจนส่งให้เกิดเฟสของคลื่นแผ่นดินไหวคล้ายกัน และมี Shadow​ zone ในช่วงที่อาจกว้างกว่า 107° ถึง 153°

ทีมงานตี​พิมพ์เผยแพ​ร่​ผลงาน​ครั้งนี้​ลง​ใน​วารสาร​ The Seismic Record

เครดิตภาพ http://www.sci-. news.com/space/far-side-marsquakes-10749.html