นักวิทยาศาสตร์​พบว่ารังสีแกมมา อาจ​เป็น​วิธี​ที่ได้ผลในการตรวจหาระลอกคลื่นในกาลอวกาศกว่าวิธีเดิมที่ใช้กันอยู่ในทุกวันนี้

คลื่นความโน้มถ่วง เป็นผลที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุที่มีมวลมากมายมายมหาศาล​อย่างเช่นหลุมดำ หรือดาวนิวตรอน​เคลื่อนเข้าชนกัน ส่งระลอกคลื่นของกาลอวกาศแผ่ออกไปรอบด้าน ในปัจจุบัน​เราจะตรวจพบได้เมื่อคลื่นนี้เคลื่อนผ่านโลก โดยใช้วิธีการสังเกต​แสงเลเซอร์​ที่สะท้อนกระจกที่ปลาย 2 ด้านของเส้นตรงรูปตัว L ที่ระยะห่างหลายกิโลเมตร​ที่จะกลับมาไม่ตรงตำแหน่งเดิมหรือไม่พร้อมกัน

หอสังเกตการณ์คลื่นโน้มถ่วงในปัจจุบันที่ทำงานในลักษณะ​ดังกล่าว ได้แก่หอสังเกตการณ์​ เช่น LIGO​(Laser Interferometer Gravitational-Wave Observatory)​ ทั้ง 2 หอที่ตั้งอยู่​ในลุยเซียนา​และวอชิงตัน แต่ปัญหา​คือหอสังเกตการณ์เหล่านี้สามารถตรวจพบคลื่น​ความ​โน้มถ่วงได้ครั้งละหนึ่งเหตุการณ์เท่านั้น และมักจะห่างกันครั้งละหลายเดือน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วความถี่ของการชนกันของหลุมดำ ​ณ ที่ใดที่หนึ่งในจักร​วาลน่าจะเกิดขึ้นบ่อยกว่านั้นมาก

ล่าสุ​ดทีมนัก​วิทยาศาสตร์​นำโดย​ แมทธิว เคอร์ นักฟิสิกส์จากห้องปฏิบัติการวิจัยกองทัพเรือสหรัฐฯ ​เสรอแนวคิดใหม่ว่าเราน่าจะใช้วิธีตรวจจับรังสีแกมมา ซึ่งถือเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า​ทีมีพลังงานสูงที่สุดที่เดินทางทะลุการปิดกั้นต่างๆในจักวาลได้ดี และหากเรามองหาแหล่งกำเนิด​รังสีแกมมาที่กระพริบ​ด้วยจังหวะที่แม่นยำมากๆอย่าง “พัล​ซาร์” เราก็จะรู้ได้ทันทีว่าคลื่นความ​โน้มถ่วง​เคลื่อนผ่านบริเวณ​นั้นไป เพราะเมื่อกาลอวกาศเกิดการ​บิดเบี้ยวเมื่อใด จังหวะกระพริบของรังสีแกมมา​จากพัลซาร์​ก็จะเปลี่​ยนไปทันที

อุปกรณ์​ที่จะใช้ในงานนี้คือกล้องโทรทรรศน์อวกาศรังสีแกมมาเฟอร์มีที่นอกจากจะใข้ตรวจหาคลื่นความ​โน้มถ่วง​จากพัล​ซาร์นับ 100 แห่ง​ที่เรารู้จักกันดีแล้ว (ซึ่งทำให้เราสามารถตรวจพบการเกิดคลื่นความ​โน้มถ่วง​ได้พร้อมกันหลายเหตุการณ์) ​เรายังใช้กล้องโทรทรรศน์​อวกาศ​ตัวนี้ในการค้นหาพัล​ซาร์​ใหม่ๆที่ไม่เคยพบได้ด้วย เรียกว่ายิงนดนัดเดียวได้ 2 ตัว

ที่มา https://www.space.com/gravitational-wave-detection-with-gamma-ray-pulsars

​Image credit: Daniëlle Futselaar/MPIfR (artsource.nl)