ทีมนักดาราศาสตร์​นำโดย​ ดอกเตอร์​ไมเคิล โรมัน นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ใช้ข้อมูล​ที่​ได้​จาก​กล้องโทรทรรศน์ VLT ของ ESO กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ของ NASA กล้องโทรทรรศน์ซูบารุ และโทรทรรศน์​สำคัญ​อีกหลายตัว เพื่อแสดงภาพรวม​ของอุณหภูมิ​บนดาวเนปจูน​ที่สมบูรณ์แบบ​ยิ่งกว่าครั้งไหนๆที่เคยทำกัน​มา

ดาวเนปจูน​เป็นดาวเคราะห์​ที่อยู่​ห่างไกลจากดวงอาทิตย์​ที่สุดในระบบสุริยะ​ เป็นดาวเคราะห์​แก้สที่เล็กที่สุดแต่ก็​ยังมีขนาดใหญ่​กว่า​โลก​เรสถึง 4 เท่า แกนดาวที่ทำมุมเอียง 28 องศาทำให้เนปจูน​มีฤดูกาล​เช่นเดียวกับโลก แต่เพราะ​อยู่​ห่างดวงอาทิตย์​มากกว่า​โลกถึง 30 เท่า ทำให้วงโคจรรอบดวงอาทิตย์​หรือเวลาหนึ่งปีบนดาวเนปจูน​นั้นนานมาก นั่นคือเท่ากับ 165 ปีบนโลก ส่งผลให้แต่ละฤดู​บนดาวเคราะห์​สีน้ำเงิน​ดวงนี้ยาวนานถึง 41 ปี

ดาวเนปจูนเริ่มเเข้าสู่​ฤดูร้อนของซีกดาวด้านใต้มาตั้งแต่ปี 2548 ทีมงานของดอกเตอร์​ไมเคิล มีความสนใจที่จะติดตามดูกว่าอุณหภูมิ​บนดาวน้ำแข็ง​ดวงนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรด้วยกา​รวิเคราะห์​ภาพอินฟราเรดของดาวเนปจูนเกือบ 100 ภาพซึ่งถ่ายได้ในช่วงระยะเวลายาวนานถึง 17 ปี เพื่อดูแนวโน้มโดยรวมของอุณหภูมิดาวดวงนี้อย่างละเอียดยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา

ทีมงานพบว่าแม้จะเข้าสู่ฤดู​ร้อนไปแล้วแต่อุณหภูมิ​ของซีกดาวด้านใต้ที่หันหาดวงอาทิตย์​ก็ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง​ถึงราว 8 องศาเซลเซียส​จากปี 2546 จนถึง​ปี 2561

จากนั้นทีมงานก็พบความประหลาดใจ​อีกครั้ง ที่พบว่าบริเวณ​ขั้วใต้ของดาวเนปจูนเกิดความร้อนขึ้นอย่างมากในช่วงสองปีสุดท้ายของการสังเกตการณ์ นั่นคือมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 11 องศาเซลเซียสระหว่างปี 2561 ถึงปี 2563

เรารู้กันมานานแล้วว่าดาวเนปจูน​มีกระแสพลวัตของแก้สบนผิวดาวที่นำความร้อนไปในจุดต่างๆอย่างรวดเร็ว​ แต่ความที่มันอยู่ห่างไกลดวงอาทิตย์​มากขนาดนั้นทำให้เราขาดการติดตามมันในรายละเอียด​ต่างๆหรือพูด​ง่ายๆ​ว่าเรารู้จัก​มันน้อยมาก นอกจากกล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินแล้วเราเคยมียานอวกาศ​ลำเดียวเท่านั้นที่ลอยในปี 2532 นั่นคือวอยเอเจอร์​ 2

ดร.เกลนน์ ออร์ตัน นักดาราศาสตร์จากห้องปฏิบัติการ​ขับเคลื่อนด้วยไอพ่น (JPL)​ ของ NASA กล่าวว่า “ข้อมูลของเราครอบคลุมไม่ถึงครึ่งของฤดูกาลบนดาวเนปจูน ดังนั้นจึงไม่มีใครคาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอุณหภูมิ​ที่รวดเร็วแบบนี้”

“เรสจำเป็นต้องมีการสังเกตเพิ่มเติมในช่วงหลายปีต่อจากนี้เพื่อสำรวจสาเหตุของความผันผวน​ทางอุณหภูมิ​ของดาวน้ำแข็ง​ยักษ์​ดวงนี้ให้เข้าใจอย่าง​ถ่องแท้”

ทีมงา​นตีพิมพ์​ผลงาน​ครั้งนี้​ลง​ใน​วารสาร​ Planetary Science Journal​