ดาวหางดวงนี้มีโค้ดเนมว่า C/2014 UN271 ค้นพบโดย 2 นักดาราศาสตร์​ เปโตร เบนาดี​เนลลี (Pedro Bernardinelli)​ และ แกรี เบิร์น​สไตน์ (Gary Bernstein)​ โดยบังเอิญขณะวิเคราะห์​ภาพถ่ายสสารมืด ตามข่าวที่เว็บเราเคยเสนอไปก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนา​ยน 64

ต่อมาชื่อขของผู้​ค้นพบทั้ง 2 ก็กลา​ยมา​เป็น​ชื่อ​ดาวหางตามธรรมเนียม​ที่ปฏิบัติ​กันมา

ล่าสุดทีมนักดาราศาสตร์​นำโดยรองศาสตราจารย์​ดอกเตอร์​ Man-To Hui (許文韜) จากมหาวิทยาลัย​เทคโนโลยี​มาเก๊า​ ซึ่งสนใจในขนาดที่แท้จริงของดาวหางดวงนี้ ทีมงานนำข้อมูล​ภาพถ่ายจำนวน 5 ภาพจากกล้อง Wide Field Camera 3 ของกล้อง​โทรทรรศน์​อวกาศ​ฮับ​เบิล​มาที่ถ่ายไว้เมื่อ​วันที่​ 8 มกราคม​ 65 มาทำการวิเคราะห์ และได้พบขนาดอันน่าตกใจของส่วนนิวเคลียส​หรือแกนของดาวหางเบนาดี​เนลลี-เบิร์น​สไตน์

นิวเคลีย​สของดาวหางยักษ์​ดวงนี้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง​ 137 กิโลเมตร ใหญ่​ที่สุดที่เคยพบมาในวงการดาราศาสตร์​ ทำลายสถิติ​เดิมของดาวหาง​ C/2002 VQ94 ที่มีขนาด 100 กิโลเมตร​ไปเรียบร้อย ส่วนรองอันดับ 2 อย่างดาวหาง Hale-Bopp​ อันโด่งดังสมัยทศวรรษ​ 90 ที่มีขนาดไม่ถึง 80 กิโลเมตร​ก็หลุดตำแหน่งกลายเป็น​รองอันดับ​ 3 ไปโดยปริยาย​

ขั้นตอนการวิเคราะห์ขนาดนิวเคลียส​หรือส่วนหัวของดาวหางเบนาดี​เนลลี-เบิร์น​สไตน์ค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากดาวหางยังอยู่ไกลเกินไปที่กล้อง​ฮับเบิลจะแยกแยะแสงของนิวเคลียส​ออกจากแสงของโคม่าฝุ่นขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มมันไว้​ได้ชัดเจน ทีมงานจึงต้องสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์​ขึ้นมาเพื่อปรับและหักล้างแสงของโคมาออกไปเพื่อให้เหลือทิ้งไว้เเค่​แสงของส่วนนิวเคลียส​ จากนั้นทีมงานก็นำขนาดไปเปรียบเทียบ​กับข้อมูล​ที่ได้จากกล้อง​โทรทรรศน์​วิทยุ​ ALMA ที่ตั้งอยู่​ในทะเลทรายอาตากามาจนได้ขนาดที่แน่นอนออกมา

“นิวเคลียส​ของมันใหญ่มากและมีสีดำสนิทยิ่งกว่าถ่านหิน” ศาสตราจารย์เดวิด จิวิตต์ นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส หนึ่งในทีมงานกล่าว “มันเดินทาง​มาจากแถบเมฆออร์ต​ที่ห่อหุ้ม​ระบบสุริยะ​ของเราเอาไว้”

“นักดาราศาสตร์​เราเคยสงสัยมาตลอดว่าดาวหางนี้จะต้องมีขนาดใหญ่มากเพราะมันส่องสว่างเกินไปในระยะทางที่ไกลเช่นนี้ ตอนนี้เราก็ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นแบบที่เราคิดจริงๆ”

ทีมงา​นตีพิมพ์​ผลงาน​ครั้งนี้​ลง​ใน​วารสาร​ Astrophysical Journal Letters