ดาวหาง​ C/2014 UN 271 “เบนาดีเนลลี-เบิร์นสไตน์” ดาวหางคาบยาวที่เดินทางไกลมาจากบริเวณ​ชายขอบของระบบสุริยะในโซนที่เรียกว่า “กลุ่ม​เมฆออร์ต” เวลานี้ได้รับ​การยืนยัน​อย่างเป็นทางการ​แล้ว​ว่า เป็นดาวหาง​ที่มีขนาดใหญ่​ทำลายทุกสถิติ​เท่าที่เคยมีการบันทึกมา

ผู้​พบดาวหางดวงนี้คือนักดาราศาสตร์ 2 คน ได้แก่ เปโตร เบนาดีเนลลี (Pedro Bernardinelli)​ นักวิชาการดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน และ แกรี เบิร์นสไตน์​ (Gary Bernstein)​ นักจักรวาลวิทยาจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ระหว่างที่ทั้งคู่​กำลังวิเคราะห์ภาพถ่ายสสารมืดในปี 2557 และได้สังเกตเห็นจุดเล็กๆจุดหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ไประหว่างกลุ่มดาวต่างๆในฉากหลัง แต่หลังจากได้ลงมือสังเกตเพิ่มเติม ก็พบว่าจุดดังกล่าวน่าจะเป็นดาวหางที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีวงโคจรเป็นวงรีรอบดวงอาทิตย์ไกลนับปีแสง นั่นคือวงโคจรครบหนึ่งรอบของมันใช้เวลานานถึง 5 ล้าน 5 แสนปี

​ ดาวหางเบนาดีเนลลี-เบิร์นสไตน์ อยู่ในความสนใจของนักดาราศาสตร์ตลอดมา จนเมื่อล่าสุดทีมงานนักดาราศาสตร์จากหอสังเกตการณ์​ Observatoire de Paris นำโดย​ เอ็มมานูเอล​ เลลลอช (Emmanuel Lellouch)​ อาศัยภาพถ่าย​จากเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุ Atacama Large Millimeter Array ในอเมริกาใต้ ที่ได้ถ่ายไว้เมื่อเดือนสิงหาคม 2564 เมื่อดาวหางอยู่ห่างออกไป 19.6 AU (AU คือระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ มีค่าประมาณ​ 150 ล้านกิโลเมตร) เพื่อศึกษารังสีไมโครเวฟที่ปล่อยออกมาจากดาวหางดวงนี้ จนทีมงานสามารถ คำนวณความยาวคลื่นเพื่อหาขนาดของดาวหางได้สำเร็จ และพบว่าดาวหางดวงนี้มีขนาดใหญ่ถึง 137 กิโลเมตร​ ทุบสถิติ​ดาวหางที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ​ เท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูลกันมา

ดาวหางยักษ์ดวงนี้กำลังเคลื่อนที่เข้ามาในระบบสุริยะโดยจะเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์​ที่สุดในปี 2574 แต่ก็ยังนับว่าไกลจากโลกมากอยู่ดีเนื่องจาก จุดที่ใกล้ที่สุดยังคงอยู่นอกวงโคจรของดาวเสาร์ แต่อย่างน้อยก็เปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ การใช้เครื่องมือต่างๆเพื่อการศึกษาเพิ่มเติมได้

ทีมงานตีพิมพ์ผลการวิจัย​ครั้งนี้​ลงในวารสาร Astronomy and Astrophysics Letters