HR 6819 หรือที่รู้จักในชื่อ HD 167128, ALS 15056 หรือ QV Tel เป็นระบบดาวฤกษ์ที่​อยู่ห่างออกไป 1,119 ปีแสงในกลุ่มดาวเทเลสโคเปียม​ มีความสว่างในระดับที่พอจะมองเห็น​ได้ด้วยตาเปล่าในคืนที่ท้องฟ้าสดใสและห่างไกลจากแสงรบกวน

กลุ่มดาวนี้เคยมีงานวิจัยจากนักดาราศาสตร์ของ ESO ที่ลงตีพิมพ์​ในปี 2563 ระบุว่า อาจมีหลุมดำชนิดมวลดาวฤกษ์​ซ่อนอยู่​ภายใน ซึ่งหากเป็นแบบนั้นจริง ก็ต้องถือว่าเป็นหลุมดำที่อยู่ใกล้โลกที่สุด

แต่ล่าสุดมีงานวิจัยชิ้นใหม่จากสถาบันนักดาราศาสตร์ที่ KU Leuven​ ​นำทีมโดย อบิเกล ฟรอสต์ ที่เห็นแย้งว่า แท้จริงแล้ว ระบบ HR 6819 ไม่ได้มีหลุมดำซ่อนอยู่ภายในแต่อย่างใด​ มันเป็นเพียงระบบดาวที่มีดาวฤกษ์​ 2 ดวงธรสมดาทั่วไป แต่มีพฤติกรรม​ค่อนข้างแปลก คล้าย “แวมไพร์” ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะดาวฤกษ์ดวงใหญ่ในระบบนี้กำลังดูดกลืนชั้นบรรยากาศของดาวฤกษ์​ดวงที่เล็กกว่าจนใกล้หมด

ทีมงานทำการตรวจสอบสมมติฐานดังกล่าวอีกครั้ง ด้วยการใช้เครื่องมือ Multi Unit Spectroscopic Explorer (MUSE) ที่ติดตั้งอยู่ที่ระบบกล้องโทรทรรศน์ VLT ในประเทศชิลี วัดระยะห่างของดาวทั้งสองดวงและพบว่าเมื่อมองจากโลกดาว 2 ดวงนี้อยู่​ห่างกันเพียง 1 มิลลิพิลิปดา ระยะทางที่ใกล้ขนาดนี้ทำให้ดาวทั้งสองดวงโคจรรอบกันและกันในเวลาเพียง 40 วัน และดาวดวงที่มีมวลมากกว่า​ ก็จะ ดูดเอามวลสารจากดาวที่มีมวลน้อยกว่ามาได้อย่างง่ายดาย จนวันหนึ่งในอนาคต ระบบดาวนี้คู่ HR 6819 นี้ก็จะเหลือดาวฤกษ์มวลมากอยู่เพียงดวงเดียว

เมื่อเป็นแบบนี้ ความเชื่อที่ว่าจะมีหลุมดำใกล้โลกที่ระยะพันปีแสงก็หายวับไป แน่นอนว่า อาจทำให้ความตื่นเต้นลดลง แต่วงการดาราศาสตร์ก็ได้พบพฤติกรรมแปลกใหม่ของระบบดาวคู่ นั่นคือการทำตัวแบบแวมไพร์ และการค้นหาหลุมดำใกล้โลกก็คงต้องดำเนินต่อไป

งานวิจัยครั้งนี้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสาร Astronomy & Astrophysics