ชิ้นส่วน​จรวด​ท่อนบนหรือ Upper state ของจรวดฟอลคอน​ 9 จากบริษัท​ SpaceX​ ที่ออกจากโลกระหว่างภารกิจ​ส่งยาน DSCOVR​ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์​ 2558 จะพุ่งเข้าชนดวงจันทร์​ในไม่กี่สัปดาห์​ข้างหน้า​นี้

ปกติแล้ว หลังการนำส่งยานอวกาศ​หรือดาวเทียม​ขึ้น​สู่​วงโคจร​ บริษัท​ SpaceX​ จะนำท่อนล่างสุดหรือ First​ stage​ ชองจรวดฟอลคอน​ 9​ หรือ​ฟอลคอน​เฮฟวี่​กลับลงมาจอดบนจุดที่กำหนดไว้ เพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำ ส่วนจรวดท่อนบนหรือ Upper​ stage นั้นก็จะปล่อยให้ตกลงมาเผาไหม้จนสลายไปบนชั้น​บรรยากาศ​โลก

แต่มีพิเศษ​อยู่​กรณีหนึ่ง นั่นคือครั้งที่ SpaceX​ ใช้จรวดฟอลคอน​ 9 นำส่งยาน DSCOVR​ หรือ Deep Space Climate Observatory ของ NOAA ออกจากโลกเมื่อเช้าวันที่ 12 กุมภาพันธ์​ 2558​ ตามเวลา​ใน​ประเทศไทย​ จากฐานปล่อย SLC-40 ที่แหลมคานาเวอรัล​ เพื่อไปสู่จุดสมดุล​แรง​โน้มถ่วง​ L1 ระหว่าง​โลก​และดวงอาทิตย์​

ครั้งนั้นจรวดท่อนบนของฟอลคอน​ 9 ไม่ได้ตกลงมาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ​อย่างที่เคยเป็น แต่มันส่งตัวเองออกสู่อวกาศ​ไปโคจรอยู่ในวงรอบโลกและดวงจันทร์​ วงโคจรนี้หดแคบลงเรื่อยๆ

และหลังจากผ่านไปเป็นเวลาเกือบ 7 ปี ชิ้นส่วนจรวดชิ้นนี้ กำลังจะพุ่งเข้าชนด้านไกลของดวงจันทร์ ด้านที่มองไม่เห็นจากโลก

หากการคำนวนไม่ผิดพลาด การชนจะเกิดขึ้น ณ 19:25 ของวันที่ 4 มีนาคม​ 2565 ตามเวลา​ใน​ประเทศไทย​

การเข้าชนดวงจันทร์​ของชิ้นส่วนจรวด​ดังกล่าว​ แม้ไม่สามารถมองเห็น​จาก​โลก แต่ไม่เป็นปัญหา​กับยาน LRO หรือ Lunar Reconnaissance Orbiter ของ NASA​ และจันรายาน 2 (Chandrayaan 2)​ ของอินเดีย ที่จะตามถ่ายภาพเพื่อศึกษาหลุมอุกกาบาต​ที่เป็นฝีมือของมนุษย์​ชาวตะวันตกหลุมแรกที่ด้านไกลของดวงจันทร์​หลุมนี้

นี่ถือเป็นการส่งวัตถุไปทำการ Hard Impact​ ฝั่งไกลของดวงจันทร์​แบบไม่ต้องลงทุน ก่อนการเดินทางส่งมนุษย์​ไปลงดวงจันทร์​แบบตั้งใจของโครงการอาทีมิสจะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้านี้

ที่มา https://www.space.com/spacex-falcon-9-rocket-hit-moon-march-2022