การประกวดสุดยอดภาพลวงตาประจำปี 2564 ดำเนินการโดย Neural Correlate Society ซึ่งเป็นองค์กรที่อุทิศให้กับการส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านวิทยาศาสตร์ด้านการเข้าใจและรับรู้ของมนุษย์ที่ดำเนินการมายาวนานภึง 17 ปี ที่ในทุกปีก็จะมีชิ้นงานภาพลวงตาอันน่าสนใจมากมายจากทั่วโลกส่งเข้าประกวดอย่างต่อเนื่อง ภาพลวงตาเหล่านี้มักมีที่มาจากหลักการทางวิทยาศาสตร์อันน่าทึ่ง และในปีนี้ทาง Neural Correlate Society ก็ได้มีผู้ชนะเลิศรวมทั้งรองชนะเลิศทั้ง 2 อันดับเรียบร้อยแล้ว

รางวัลชนะเลิศเป็นผลงานภาพลวงตาชนิดอนามอร์ฟิค ซึ่งเป็นภาพลวงตาที่จะเกิดขึ้นเมื่อมองจากมุมมิงที่กำหนดไว้เฉพาะ

รางวัลชนะเลิศ ควีนขาวล่องหน

ผลงานอันดับหนึ่งชิ้นนี้มีชื่อว่า “The Phantom Queen” เป็นไอเดียของ แมต พริทชาร์ด (Matt Pritchard) นักวิทยาศาสตร์และนักมายากล งานของพริทชาร์ด ทำขึ้นเป็นกระดานหมากรุกที่วางอยู่หน้ากระจกเงา ทั้งกระดานมีแต่ตัวหมากของฝ่ายดำ แต่เดี๋ยวก่อน คุณเห็นตัวหมากควีนสีขาวในกระจกหรือเปล่า ทำไมเห็นแต่ในภาพสะท้อนไม่เห็นบนกระดานจริงล่ะ

ความจริงแล้วตัวหมากควีนปีศาจหรือ The Phantom Queen ก็วางอยู่ตรงนั้นไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกซ่อนหรือบดบังเอาไว้ด้วยกระดาษแข็งที่กลืนหายไปกับกระดานหมากรุกด้วยคุณลักษณะของภาพลวงตาอนามอร์ฟิค

รางวรลที่ 2 ห้องที่เปลี่ยนไป

รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งได้แก่ภาพลวงตาที่มีชื่อว่า ห้องที่เปลี่ยนไป (The Changing Room)​ ผลงานของ ไมเคิล โคเฮน ( Michael Cohen) นักวิทยาศาสตร์ด้านความรู้ความเข้าใจจาก MIT โดยไมเคิล ให้คำอธิบายภาพลวงตาของตัวเองว่าเป็นตัวอย่างของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “อาการตาบอดแบบค่อยเป็นค่อยไป” (gradual change blindness)​ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่มองคลิปวิดีโอ​นี้ไม่สามารถรับรู้​ได้ว่าสิ่งของต่างๆในห้องได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรแม้จะตั้งใจจับตาดูก็ตาม

ภาพลวงตาของคู่วงแหวน

รางวัลรองชนะเลิศ​อันดับ​สอง ได้แก่ภาพที่มีชื่อว่า “ภาพลวงตาคู่วงแหวน” The Double Ring Illusion ผลงานของนักวิทยาศาสตร์ด้านความรู้ความเข้าใจ เบรนท์ สติ๊กแลนด์ (Brent Strickland)​ และนักศึกษาปริญญาเอก Dawei Bai เป็นเรื่องที่เน้นให้เห็นว่าระบบการมองเห็นของคนเรามีพื้นฐานมาจากความเข้าใจกฎทางกายภาพ วงแหวน 2 วงแม้เคลื่อนไหวเหมือนกันทุกประการ แต่เมื่อเอามาวางใกล้กันเรากลับมองว่าคู่วงแหวนหมุนแตกต่างไป

นั่นคือหากวางห่างกัน เราจะมองเห็น​ว่าคู่วงแหวนหมุนรอบตัวเอง 360 องศา แต่หากเอามาใกล้กันสมองจะตีความให้คู่วงแหวนหมุนแค่ 180 องศาแล้วหมุนกลับพลิกไปพลิกมา ที่เป็นแบบนี้เพราะเราเอาประสบการณ์​ทางกายภาพเข้าไปตัดสินว่าของแข็ง​จะไม่สามารถหมุนผ่านกันได้ มันจึงหมุนไม่เต็มวงในความคิดเรา

เว็บหลักของงานประกวด http://illusionoftheyear.com/​

ที่มาและเครดิตภาพ https://newatlas.com/science/best-optical-illusions-year-2021-contest-winner/