เมื่อ 26 ธันวาคม 64 ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ปี 47 ที่สร้างความเสียหายมากมายมหาศาลต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนหลายแสนรายในกว่าสิบประเทศ

หลังจากปี 47 เป็นต้นมาก็ได้มีความพยายามติดตั้งระบบเตือนภัยหลายชนิด อาทิเช่นทุ่นเตือนสึนามิแบบ DART ที่วางตัวตรวจจับความไหวสะเทือน BPR ไว้ที่ก้นทะเลเพื่อส่งสัญญาณเตือนผ่านเครือข่ายดาวเทียมของ NDBC เป็นต้น

แต่ล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเกียวโต นำโดย ดร. หลิน จี้เหิง ก็พบวิธีเตือนภัยสึนามิที่แตกต่างออกไป และเชื่อมั่นว่าน่าจะใช้งานจริงได้ผล วิธีที่ว่านั้นคือการวัดค่าสนามแม่เหล็กที่สร้างขึ้นจากคลื่นสึนามิตัดกับสนามแม่เหล็กโลก

สนามแม่เหล็กที่เกิดจากคลื่นสึนามินี้มีการทำนายมาก่อนหน้านี้แล้วว่ามีอยู่จริงแต่ยังไม่ได้รับการยืนยันเป็นหลักฐานจนกระทั่งทีมงานได้ติดตั้งอะเรย์ของเครื่องมือวัดที่มีชื่อว่า TIARES (Tomographic Investigation by seafloor Array Experiment; Suetsugu et al., 2012) เอาไว้ที่ก้นทะเลแล้วเกิดวัดค่าสนามแม่เหล็กที่ว่านั้นได้จริงๆ

เครือข่ายเครื่องมือวัด TIARES ซึ่งประกอบด้วย Ocean Bottom ElectroMagnetometer หรือ OBEM จำนวน 9 ตัว และ Differential Pressure Gauge หรือ DPG ติดตั้งไว้ที่ความลึกของน้ำทะเลระดับ 4,000–5,000 เมตร สามารถตรวจจับสนามแม่เหล็กที่เกิดจากคลื่นสึนามิบริเวณหมู่เกาะซามัวในเดือนกันยายน ปี 2552 และคลื่นสึนามิบริเวณใกล้ชายฝั่งแคว้น​เมาเล ประเทศชิลีในเดือนกุมภาพันธ์​ปี 2553 ได้ตามที่เคยมีการทำนายไว้ ถือเป็นหลักฐานยืนยันที่ชัดเจน

สนามแม่เหล็กที่เกิดจากคลื่นสึนามิดังกล่าวจะเคลื่อนที่ไปก่อนที่ตัวคลื่นสึนามิจะเดินทางไปถึง ทำให้เราสามารถใช้สนามแม่เหล็กดังกล่าวในการเตือนภัยได้ โดยคาบเวลาของการเกิดสนามแม่เหล็กขึ้นอยู่กับความลึกของก้นทะเลที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งนั้น ทีมงานวัดค่าเฉลี่ยแล้ว ตกอยู่ประมาณ 1 นาทีสำหรับแผ่นดินไหวที่เกิดที่ก้นทะเลลึก 4800 เมตร

เซ็นเซอร์ตรวจจับสนามแม่เหล็กจากคลื่นสึนามินั้น แน่นอนว่าทำงานได้รวดเร็วกว่าทุ่นเตือน​สึนามิ​แบบ DART ที่ใช้งานกันอยู่เป็นมาตรฐานทุกวันนี้ ซึ่งทาง ดร. หลิน จี้เหิง หัวหน้าทีมวิจัย เชื่อว่าถ้าเราสามารถสร้างระบบเตือนภัยจากสนามแม่เหล็กดังกล่าวได้ในอนาคต การประสบภัยร้ายจากสึนามิก็จะลดลง ได้ในที่สุด

ทีมงานตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัยลงในวารสาร Journal of Geophysical Research

ที่มา https://news.agu.org/press-release/magnetic-field-information-could-provide-earlier-disaster-warning-to-at-risk-regions-potentially-saving-lives