ไอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีการปล่อยก๊าซมีเทนมากที่สุดในยุโรป เมื่อเทียบปริมาณก๊าซมีเทนต่อจำนวนประชากรในประเทศ

ถ้าเทียบกันตัวต่อตัวในปริมาณเท่ากันแล้ว ก๊าซมีเทน มีอานุภาพรุนแรงกว่าก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ถึง 30เท่าในการก่อภาวะเรือนกระจกที่นำไปสู่ปัญหาโลกร้อน

และตัวการปล่อยก๊าซมีเทนในไอร์แลนด์ก็คือ “วัว” ซึ่งเป็นปศุสัตว์สำคัญที่เป็นรายได้หลักของประเทศ

วัวเป็นสัตว์ที่กินหญ้าและอาหารที่มีเซลลูโลสเป็นองค์กระกอบสูง วัวจึงจำเป็นต้องพึ่งแบคทีเรียในกระเพาะอาหารของช่วยย่อยอาหารในรูปแบบการหมักที่เรียกว่า enteric fermentation ผลผลิตของกระบวนการย่อยอาหารของวัวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คือก๊าซมีเทน

เมื่อเกิดก๊าซมีเทนขึ้นมา วัวจึงต้องเรอและผายลมเพื่อระบายก๊าซออกทั้งวัน ในปริมาณนี้ ประมาณ 90% เป็นการเรอ ที่เหลืออีก 10% เป็นตด โดยทั่วไปวัวตัวหนึ่งจะปล่อยก๊าซมีเทนออกมาถึง 200-500 ลิตรต่อวัน

Asparagopsis taxiformis

แต่ทางแก้ปัญหาก็ยังพอมี ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์อเมริกันและออสเตรเลียได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าถ้าผสมสาหร่ายสีแดงที่มีชื่อว่า Asparagopsis taxiformis ลงไปในอาหารวัว จะสามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทนลงไปได้เกือบทั้งหมด เหตุเพราะสาหร่ายสีแดงนี้มีสารเคมีที่ชื่อว่าโบรโมฟอร์ม (bromoform – CHBr3) ซึ่งทำหน้าที่ขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ของจุลชีพที่เป็นตัวการสร้างก๊าซมีเทนในระบบย่อยอาหารขิงวัว

แต่สาหร่าย Asparagopsis taxiformis นั้นทำฟาร์มเพาะเลี้ยงได้ไม่ง่ายนักในทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป นอกจากนี้ยังต้องผลิตให้ได้ปริมาณมากเพียงพอกับจำนวนวัวในประเทศต้องกินทุกวันอย่างต่อเนื่องด้วย

Himanthalia elongata

ไอร์แลนด์จึงต้องหาทางออกอื่น โดยทำการวิจัยและทดลองสาหร่ายสายพันธุ์ท้องถิ่นหรือแหล่งใกล้เคียงกว่า 20 ชนิด สาหร่ายส่วนใหญ่ได้มาจากชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของประเทศ บางชนิดก็ได้มาจากหุ้นส่วนในการทำวิจัยในประเทศนอร์เวย์ แคนาดา สวีเดน เยอรมนี และสหราชอาณาจักร

ล่าสุดมาเรีย เฮยส์ หัวหน้าโครงการวิจัยสาหร่าย ซีโซลูชั่นส์ (SeaSolutions) ของไอร์แลนด์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอรส์ว่าทีมวิจัยของเธอได้ค้นพบสาหร่ายสีน้ำตาลชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Himanthalia elongata ซึ่งแสดงให้เห็นว่าช่วยลดก๊าซมีเทนได้ประมาณ 11-20 เปอร์เซ็นต์ในการทดสอบขั้นต้น

แม้ประสิทธิภาพไม่ดีเท่าสาหร่ายสีแดงอย่าง Asparagopsis taxiformis อย่างน้อยสาหร่ายสีน้ำตาล Himanthalia elongata ก็หาหด้ง่ายกว่าในธรรมชาติตามทะเลใกล้เคียงและน่าจะทำฟาร์มเพื่อเพิ่มจำนวนได้ง่ายกว่า

การลดก๊าซมีเทนในภาคเกษตรกรรมนั้น ไอร์แลนด์ตั้งเป้าว่าจะลดให้ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ.2573 ซึ่งก็เหลือเวลาไม่มากแล้ว ต้องเร่งมือหาทางไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้