ทีมนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยซานโตโดมิงโกแห่งสาธารณรัฐโดมินิกัน นำโดย Kathleen Martinez และทีมงานจากอี​ยิปต์ ค้นพบมัมมี่​อายุราว 2,000 ปี จากบริเวณวิหาร “ทาโปไซริส แม็กนา” (Taposiris Magna) ในเมืองอเล็กซานเดรีย มัมมี่​ร่างนี้ไม่เหมือนมัมมี่ร่างอื่นที่เคยพบกันมา เนื่่องจากเป็น “มัมมี่ลิ้นทอง

“ลิ้นทอง” ที่ว่านี้ เป็นอวัยสะเทียมรูปลิ้นที่ขึ้นรูปจากแผ่นทองคำ แล้วนำเข้าไปไว้แทนที่อวัยวะจริงในช่องปาก​ โดยทีมงานยังไม่แน่ใจว่าทำไปเพื่​อ​วัตถุประสงค์​ใดกันแน่

ข้อสันนิษฐาน​ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือบุคคลผู้นี้สมัยยังมีชีวิตอยู่ อาจพิการหรือมีสาเหตุบางอย่างจนท​ำ​ให้​สูญเสีย​ลิ้นไป และเพื่อให้สามารถพูดจาสื่อสารเทพโอไซริส (Osiris) ผู้พิพากษาตัดสินวิญญาณของคนตายในปรโลก ผู้ปลงศพจึงได้มีการบรรจุลิ้นเทียมที่จำจากทองลงไปแทน

ทีมงานขุดพบมัมมี่ลิ้นทองนี้ในช่องเก็บศพซึ่งเจาะเข้าไปในก้อนหินขนาดใหญ่พร้อมกับมัมมี่อื่น ๆ อีก 15 ร่างที่มีสภาพไม่สมบูรณ์นัก

คาด​ว่า​มัมมี่ทั้ง 16 ร่างที่พบน่าจะมีอายุ​ย้อนหลัง​ไป​อยู่​ระหว่าง​สมัยราชวงศ์ทอเลมี (Ptolemy) หนึ่งในเจ็ดองครักษ์ของอเล็กซานเดอร์มหาราช ที่ปกครองอียิปต์ในช่วง 323-282 ก่อนคริสตกาล มาจนถึงยุคที่จักรวรรดิโรมันเริ่มเข้ามาปกครองอียิปต์อย่างเต็มตัวเมื่อ 30 ปีก่อนคริสตกาล

นอกจากมัมมี่ลิ้นทองคำแล้ว ในกลุ่มมัมมี่ 15 ร่างที่เหลือยังพบมัมมี่เพศหญิงที่มีหน้ากากและกล่องบรรจุร่าง (cartonage) ที่ชั้นในของโลง โดยกล่องบรรจุร่างนี้ทำจากปูนปลาสเตอร์ ผ้าลินิน และกาว ปั้นเป็นรูปทรงใบหน้าและลำตัวที่พอดีกับร่างผู้ตาย แล้วประดับตกแต่งด้วยทองคำเปลวเป็นรูปสัญลักษณ์ต่าง ๆ รวมทั้งสร้อยคอที่มีจี้รูปหัวนกเหยี่ยว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทพฮอรัสอีกด้วย

ทีมงาน​ตีพิมพ์​เผยแพร่​ผลงาน​การ​ค้นพบ​ครั้งนี้​ลง​ใน​วารสาร​ Live Science.