เมื่อปลายยุคครีเทเชียส​หรือราว 66 ล้านปีที่แล้ว​ ดาวเคราะห์​น้อย​ดวง​ใหญ่ดวงหนึ่งได้​พุ่งเข้าชนโลก นอกจากส่งผลให้เกิดแรงกระแทกรุนแรง ยังก่อให้เกิดภัยพิบัติ​เลวร้ายติดตามมาหลายระลอก ทั้งคลื่นช็อคเวฟ ภูเขาไฟระเบิด​ คลื่นสึนามิ​ ไฟป่า ฝนกรด ไปจนถึงฤดูหนาวฉับพลันจากเถ้าเขม่าที่ลอยขึ้นไปบังแสงอาทิตย์​เอาไว้ไม่ให้ส่อง​ลงมา​ถึง​ผิวโลก พืชพันธุ์​ล้มตาย สัตว์โลกสูญพันธุ์​ไปถึง 80% โดยเฉพาะ​อย่างยิ่ง​คือพวกไดโนเสาร์​ แต่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายวิกฤติ​ขนาดนั้น บรรพบุรุษ​ของนกในทุกวันนี้​กลับรอดจากการสูญพันธุ์​มาได้

ความลับของบรรพบุรุษ​นกที่​คริส ทอร์เรส (Chris Torres)​ หัวหน้านักวิจัยด้านการวิจัยดุษฎีบัณฑิตมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยโอไฮโอ ​ค้นพบคือ พวกมันมีสมองส่วนหน้าหรือ cerebrum ทีมีขนาดใหญ่​กว่าของสัตว์ที่คล้ายกันอย่างไดโนเสาร์​ในยุคนั้น

ยังไม่ชัดเจนว่าสมองส่วนหน้า​ที่มีหน้าที่หลากหลายนั้น หน้าที่ไหนกันแน่ที่ไปช่วยให้เหล่าบรรพบุรุษ​นกรอดจากการสูญพันธุ์​ครังใหญ่​มาได้ เรื่องนี้คริส และทีมงานคิดว่าสมองส่วนหน้าท่มีขนาดใหญ่​อาจจะช่วยให้นกสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองได้อย่างรวดเร็วพอที่จะให้ทันกับวิธีการอยู่รอดภายในสภาพแวดล้อมทีกำลังเปลี่ยนไป​แบบทันทีทันใดและไม่หยุดหย่อน​หลังการเข้าชนของดาวเคราะห์​น้อย​

กระดูกของนกโบราณ​นั้นไม่ค่อยจะเปลี่ยนสภาพ​ไปเป็นฟอสซิล​เหมือนของไดโนเสาร์​ จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปี​ที่ผ่านมา​ทีมงานของคริสได้รับฟอสซิลส่วนกระโหลกศรีษะที่ค่อนข้าง​สมบูรณ์​ของ “อิคธยีร์นิส” (Ichthyornis)​ นกทะเลมีฟันจากช่วงปลายยุคครีเทเชียสในรัฐแคนซัส และพบว่า “Ichthyornis” นั้นมีสมองส่วนหน้าที่มีขนาดเล็ก​เหมือนกับพวกไดโนเสาร์​ นี่อาจเป็นเหตุให้พวกมันสูญพันธุ์​ไป ไม่เหมือนนกโบราณ​อื่นที่มีสมองส่วนหน้าทีมีขนาดใหญ่​กว่าคล้ายนกในปัจจุบัน​นี้

ทีมงานของคริสได้ใช้ CT Scan เพื่อสแกนฟอสซิลกระโห​ลก​ของ “อิคธยีร์นิส” เพื่อสร้างโครงสร้างใบหน้าและโครงสร้างสมองของนกโบราณ​ชนิดนี้ขึ้นมาใหม่ในรูปแบบดิจิทัล ผลการวิเคราะห์รูปร่างสมองบอกกับเราว่านกโบราณเช่น “อิคธยีร์นิส” นั้นมีสมองที่ “ล้าสมัย” สมองของมันมีลักษณะ​คล้ายกับสมองของไดโนเสาร์มาก​ คือมีสมองส่วน cerebrum ที่เล็กมาก

ที่มาและเครดิตภาพ https://www.space.com/how-birds-survived-asteroid-strike